ป้องกันข้อมูลส่วนตัวอย่างไรให้ปลอดภัย (2min read)

thumbnail-9ad1a7a08258f8820ff94bd7ef96419c.jpeg

การใช้เทคโนโลยีการสื่อสารผ่านดิจิตอลช่วยให้ชีวิตเราทั้งง่ายขึ้นและจัดการกับเรื่องต่างๆ ได้ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการติดต่อสื่อสารผ่านช่องทางดิจิตอลก็ทำให้บุคคลอื่นๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเราได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องขอบคุณที่ปัจจุบันมีวิธีการพื้นฐานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นในการจัดเก็บข้อมูลของเราให้ปลอดภัย และนี่คือวิธีการง่ายๆ แต่ได้ประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวทั้งในโลกออนไลน์ และออฟไลน์

จัดการความปลอดภัยผ่านระบบออนไลน์

อินเตอร์เน็ตได้เปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตประจำวันของเราไปมาก โดยเฉพาะในทางที่ดีขึ้น แต่ก็ทำให้เราสูญเสียความเป็นส่วนตัวไปบ้างในขณะเดียวกันจากการที่เราเข้าไปท่องโลกในเว็บไซต์ต่างๆ เพราะกิจกรรมเหล่านั้นสามารถทำให้เจ้าของเว็บไซต์หรือระบบหลังบ้านสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของเราได้ นั่นหมายความว่าหากข้อมูลของเราตกไปอยู่ในมือของผู้ที่ไม่ประสงค์ดีก็อาจจะทำให้ข้อมูลของเราไม่ปลอดภัย นี่คือวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

หมั่น Back Up ข้อมูล

หนึ่งในวิธีการเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวแบบง่ายๆ ที่มักจะถูกมองข้ามคือ การทำ back up ข้อมูลไว้นอกอุปกรณ์สื่อสารที่คุณใช้เป็นประจำเพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูลในกรณีที่คุณทำอุปกรณ์สื่อสารของคุณหายไป วิธีการง่ายๆ คือ back up ข้อมูลไว้ใน hard drive

ป้องกันระบบการเชื่อมต่อกับสัญญาณ Wifi

การเชื่อมต่อสัญญาณ Wifi นอกพื้นที่บ้านหรือที่ทำงานของคุณกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่ต้องระวังว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้แฮคเกอร์สามารถขโมยข้อมูลของคุณได้ เพราะฉะนั้นคุณจะต้องมั่นใจว่าพาสเวิร์ตส่วนตัวต่างๆ ของคุณซับซ้อนและปลอดภัยมากพอที่จะใช้งานในที่สาธารณะได้แบบไร้กังวล และควรจะตระหนักไว้เสมอว่าการใช้ Wifi สาธารณะในการเข้าเว็บไซต์ต่างๆ ต้องเริ่มต้นด้วย HTTPS ไม่ใช่ HTTP เพราะมันจะปลอดภัยมากกว่า

ติดตั้งระบบจัดการตรวจสอบไวรัส

มัลแวร์ หรือโปรแกรมที่ไม่พึงประสงค์ รวมไปถึงเข้าไวรัสเป็นสิ่งที่ต้องระแวดระวังมากที่สุดในการใช้คอมพิวเตอร์ วิธีการจัดการที่ดีที่สุดคือคุณควรจะต้องติดตั้งซอฟแวร์ที่ช่วยสแกนเพื่อค้นหาไวรัสและจัดการกับมันได้อย่างทันท่วงที่ โปรแกรมที่เป็นที่รู้จักกันดีอาทิเช่น Norton และ McAfee.

เปลี่ยนพาสเวิร์ตเป็นประจำ

พาสเวิร์ตของคุณควรจะประกอบไปด้วยตัวอักษรและตัวเลขอย่างน้อย 15 ตัว รวมไปถึงการที่คุณควรจะต้องเปลี่ยนพาสเวิร์ตเป็นประจำ ที่สำคัญอย่าบันทึกพาสเวิร์ตของคุณไว้ในอุปกรณ์สื่อสาร หรือจดมันไว้ในที่ๆ หาง่ายจนเกินไป

ระวังการใช้อีเมล์

เหล่าแฮคเกอร์ทั้งหลายมักจะใช้วิธีการขโมยข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ผ่านทางอีเมล์ เพราะฉะนั้นคุณจะต้องระวังการเปิดอีเมล์จากคนแปลกหน้าหรือจากแหล่งที่มาที่คุณไม่รู้จัก หากคุณสงสัยในความไม่ปลอดภัยในการใช้งานของอีเมล์ควรจะแจ้งกับบริษัทแม่ของอีเมล์ที่คุณใช้อยู่โดยตรง

คอยระวังสอดส่องดูไวรัส

มีสัญญาณบ่งบอกมากมายว่าคอมพิวเตอร์ของคุณอาจจะติดไวรัส เช่น หน้าต่าง Pop Ups ที่มักจะเด้งขึ้นมา หรือการที่เครื่องของคุณเปิดตัวช้า หรือทำงานช้าลงกว่าเดิม มีข้อความแปลกๆ เข้ามา หรือการบ่งบอกว่า hard drive ของคุณทำงานหนักกว่าปกติ รวมไปถึงบางครั้งมันอาจจะทำให้ไฟล์ของคุณหายไปโดยที่ความจุในคอมพิวเตอร์ลดลง

อย่าเปิดเผยข้อมูลบนโซเชียลมีเดียมากเกินไป

แนะนำว่าอย่าเข้าใช้บัญชีโซเชียลมีเดียของคุณในอุปกรณ์สื่อสารจำนวนหลายเครื่อง และในการใช้โซเชียลมีเดียควรจะต้องมีการระวังในเรื่องของการแชร์ข้อมูลส่วนตัวให้มากไม่ควรใส่รายละเอียดมาเกินไป ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด ที่อยู่ หรือเบอร์โทรศัพท์

 

จัดการความปลอดภัยด้วยวิธีออฟไลน์

การดูแลความปลอดภัยเรื่องข้อมูลส่วนตัวที่ไม่ได้อยู่ในโลกดิจิตอลก็มักเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามเช่นกัน ทั้งๆ ที่อันที่จริงแล้วรายละเอียดสำคัญที่อยู่ในกระดาษก็เป็นข้อมูลชั้นดีในการเข้าถึงความเป็นส่วนตัวได้ไม่แพ้ข้อมูลในโลกออนไลน์เช่นกัน นี่คือวิธีการจัดการความเป็นส่วนตัวให้ปลอดภัยในโลกออฟไลน์

เก็บสำเนาเอกสารสำคัญ

สำหรับเอกสารสำคัญ คุณควรจะต้องสแกนเก็บไว้ด้วยเพื่อให้แน่ใจว่าคุณมีทั้งตัวที่เป็นเอกสารตัวจริงและตัวสำรองเก็บอยู่

ปิดเครื่องทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน

ทุกครั้งที่คุณใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ เสร็จ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง มือถือ คอมพิวเตอร์ หรือแม้กระทั่งกล้องที่ติดกับคอมพิวเตอร์ของคุณ ก็ควรจะต้องปิดทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน รวมเป็นถึงการเชื่อมต่อบลูทูธ เพราะการเปิดสิ่งเหล่านี้ทิ้งไว้จะกลายเป็นช่องทางที่ทำให้ข้อมูลส่วนตัวของเราถูกขโมยได้ง่าย

เปลี่ยนพาสเวิร์ตเป็นประจำในทุกอุปกรณ์ที่จำเป็น

การเปลี่ยนพาสเวิร์ตสม่ำเสมอเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากทั้งการใช้งานออนไลน์บนโลกโซเชียลและการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ แบบออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็นพาสเวิร์ตสำหรับการทำธุรกรรมธนาคาร ตู้เซฟ กุญแจสำหรับตู้นิรภัยต่างๆ

ใช้ระบบล๊อคบ้านแบบ Smart Home

การใช้กุญแจล๊อคแบบเดิมๆ บางครั้งอาจจะทำให้สามารถงัดแงะได้ง่าย หากคุณยังใช้วิธีการล๊อคบ้านแบบเดิมๆ อาจจะลองดูวิธีการล๊อคบ้านแบบใหม่ด้วยระบบสมาร์ทล๊อคที่มีระบบความปลอดภัยมากขึ้น เช่น การใช้ระบบลายนิ้วมือ หรือการใช้ระบบรหัสตัวเลขในการเปิดล๊อคเพื่อเข้าบ้าน

ทำลายเอกสารสำคัญทุกครั้ง

อย่าทิ้งเอกสารสำคัญที่มีข้อมูลส่วนตัวลงในถังขยะ เพราะมันอาจจะทำให้คนอื่นที่เจอสามารถนำข้อมูลส่วนตัวของคุณไปใช้ได้ คุณควรจะทำลายมันทุกครั้งก่อนทิ้ง

บัตรเครดิตใบเก่าต้องตัดทิ้ง

การปลอมแปลงเอกสารข้อมูลคือหนึ่งปัญหาใหญ่ เพราะฉะนั้นบนบัตรเครดิตที่ไม่ใช่แล้วจำเป็นจะต้องหักหรือตัดทิ้ง เพื่อป้องกันการขโมยข้อมูลที่อยู่บนหน้าบัตร

ล๊อคตู้เก็บเอกสาร

สำหรับหลายๆ คนที่เก็บเอกสารสำคัญไว้ในตู้ คุณจะต้องแน่ใจว่าคุณเก็บรักษามันไว้เป็นอย่างดี และมีการล๊อคไว้เพื่อป้องกันอันตรายจากพวกหัวขโมย

ท้ายที่สุด การพกสิ่งสำคัญหรือของมีค่าติดตัวไปแต่พอดีคือสิ่งที่พึงปฏิบัติเป็นประจำ รวมไปถึงจำนวนเครดิตการ์ดในกระเป๋าตังค์ของคุณ หากพอมีเวลาคุณควรจะลองจัดการกับกระเป๋าตังค์ของคุณเพื่อดูจำนวนของบัตรที่คุณควรจะพกติดตัวจริงๆ

Saving data...
Thank you for signing up!
An unknown error occurred. Plesase try again.
FacebookTwitterFacebook MessengerEmail