วิธีสังเกตสัญญาณของสภาวะทางจิตใจหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง (โรค Post-Traumatic Stress Disorder หรือ โรค PTSD)

PTSD1

การตระหนักถึงอาการของโรค PTSD และรู้จักหาวิธีการรับมือที่เหมาะสม จะช่วยให้คุณและผู้คนรอบข้าง สามารถรับมือกับเหตุการณ์ตึงเครียดได้

คุณอาจเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับทหารที่กลับมาจากสงคราม และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค PTSD แต่คุณทราบหรือไม่ว่านี่เป็นภาวะที่อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้

ในช่วงชีวิตของพวกเรา อาจต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดบาดแผลทางจิตใจอย่างร้ายแรง เช่น การประสบอุบัติเหตุร้ายแรงทางรถยนต์ การเสียชีวิตอย่างกระทันหันของคนที่คุณรัก หรือการถูกทำร้ายร่างกาย หรือจิตใจ จากการวิจัยพบว่ากว่า 20% ของผู้ที่เผชิญกับเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดบาดแผลทางจิตใจจะพัฒนาไปเป็นโรค PTSD ได้ [1]

 

โรค PTSD คืออะไร?

ผู้ที่เป็นโรค PTSD นั้นได้รับผลกระทบระยะยาว อันเนื่องมาจากประสบการณ์ที่กระทบกระเทือนใจ ซึ่งอาจะมีได้หลายรูปแบบ นักจิตวิทยา คุณ Joelle Maletis ได้เล่าในรายการ TED Talk ว่าอาการที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรค PTSD คือการเห็นภาพเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ฝันร้าย และมีความคิดในแง่ลบ ซึ่งอาการเหล่านี้มีผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้อาจมีความรุนแรงแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการแย่ลงได้เมื่อประสบกับสถานการณ์บางอย่างหรือคนบางกลุ่ม

‘Trigger’ หรือสิ่งกระตุ้น คือสิ่งที่ทำให้ผู้ป่วยนึกถึงเหตุการณ์หรือความเจ็บปวดที่กระทบกระเทือนจิตใจ ซึ่งอาจมีรูปแบบแตกต่างกันไป เช่น กลิ่น เสียง ความรู้สึก หรือคำพูด นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางคนอาจจะถูกกระตุ้นด้วยวันสำคัญ เช่น วันครบรอบที่เหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้น

รู้จักกับสัญญาณเตือนของโรค PTSD

หากคุณคิดว่าคุณหรือคนที่คุณรู้จักอาจจะประสบกับสภาวะ PTSD สิ่งที่คุณควรทำคือจดบันทึกสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการ และพยายามหลีกเลี่ยงมัน นอกจากนี้คุณควรหาวิธีเผชิญปัญหาเพื่อให้คุณสามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

คุณสามารถช่วยเหลือผู้ที่เป็นโรค PTSD ได้โดยการให้พวกเขาเล่าถึงความรู้สึกของตนเองเมื่อพวกเขาพร้อม พยายามอดทน และไม่คาดเดาไปก่อนว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร รับฟังพวกเขาโดยไม่ตัดสินไปก่อน นอกจากนี้คุณควรทำความคุ้นเคยกับสัญญาณของผู้ที่กำลังประสบกับโรค PTSD เพื่อคุณจะได้ให้การสนับสนุนเมื่อพวกเขาต้องการ ตัวอย่างสัญญาณของโรค PTSD มีดังต่อไปนี้

  • การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ เช่น โกรธ หรือไม่พอใจ
  • การเปลี่ยนแปลงทางประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว
  • การเปลี่ยนแปลงของระดับพลังงาน ซึ่งมีตั้งแต่การที่ผู้ป่วยไม่สามารถมีสมาธิกับสิ่งต่างๆ ไปจนถึงการตื่นตัวต่อสิ่งรอบข้างมากเกินไป

ยังมีปัจจัยหลายประการที่บ่งบอกว่าบางคนมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรค PTSD เช่น ปัญหาสุขภาพจิตที่มีอยู่ก่อนแล้วอย่างความวิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า และสภาพร่างกาย เช่น อาการปวดเรื้อรัง

จะทำอย่างไรเมื่อคุณหรือคนที่คุณรู้จักเป็นโรค PTSD

แม้ว่าคุณจะมีอาการ PTSD หลังจากเหตุการณ์ร้ายแรงผ่านไปหลายปีแล้ว คุณยังสามารถรักษาโรค PTSD และจัดการกับอาการบางอย่างได้ หากคุณหรือครอบครัวของคุณกำลังเผชิญกับสภาวะที่เกี่ยวข้องกับความวิตกกังวล หรือได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค PTSD ขั้นตอนต่อไปนี้สามารถช่วยได้

  • ใช้ความคิดสร้างสรรค์

มีวิธีบำบัดด้วยศิลปะหลายวิธีที่สามารถช่วยให้ผู้ป่วยแสดงออกถึงตัวตนในรูปแบบต่างๆ เช่น การบำบัดด้วยการเต้น หรือการแสดงละคร โดยผู้ป่วยสามารถสร้างตัวละครและฉากเพื่อแสดงออกถึงความรู้สึกที่ยากลำบาก สำหรับเด็กและเยาวชน กิจกรรมการเล่นซึ่งมีนักบำบัดคอยแนะนำจะสามารถช่วยให้พวกเขาประมวลผลความทรงจำที่กระทบกระเทือนจิตใจได้

  • ดูแลสุขภาพจิต

การรับคำปรึกษา หรือการบำบัดด้วยการพูดคุยสามารถช่วยให้คุณจัดการกับสุขภาพจิตได้ ในขณะที่การบำบัดความคิดและพฤติกรรม หรือจิตบำบัด (CBT) ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถลดอาการของ PTSD ได้ [2] นอกจากนี้ งานวิจัยยังชี้ให้เห็นว่าการเขียนบันทึกประจำวันช่วยให้ผู้คนเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ดียิ่งขึ้น [3] ในขณะเดียวกัน การฝึกสติและการใช้แอปพลิเคชันฝึกสมาธิ อาจจะช่วยในเรื่องของการสงบสติอารมณ์ รวมไปถึงการสอนให้เราอยู่กับปัจจุบันอีกด้วย

  • ดูแลสุขภาพกาย

การออกกำลังกาย เช่น การวิ่ง และการปั่นจักรยาน สามารถลดความรุนแรงของอาการ PTSD ได้ ดังนั้นเราควรออกกำลังกายเป็นประจำ นอกจากนี้ การฝึกโยคะยังสามารถควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ และกระตุ้นให้คุณหายใจลึกขึ้น ซึ่งจะช่วยในการฟื้นฟูระบบประสาท โดยทั้งหมดนี้สามารถบรรเทาความเครียดที่เกิดจากการระลึกถึงเหตุการณ์ร้ายแรงได้

  • อยู่กับปัจจุบัน

ผู้ป่วยบางรายพบว่า การถือสิ่งของที่ทำให้พวกเขานึกถึงปัจจุบัน (เมื่อเทียบกับอดีตและเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ) ช่วยให้พวกเขากลับมาสู่ปัจจุบันได้ เทคนิคการดึงความคิดกลับมาสู่ปัจจุบัน (Grounding Technique) อื่นๆ ประกอบไปด้วย การพูดอธิบายสภาพแวดล้อมของคุณ หรือการพูดประโยคทำให้คุณรู้สึกปลอดภัยซ้ำๆ วิธีการเผชิญหน้าปัญหานี้มักถูกเรียกว่าการผ่อนคลายตนเอง

ด้วยวิธีการเผชิญหน้าปัญหาที่เหมาะสม เราจะสามารถจัดการกับอาการของโรค PTSD ได้ พร้อมพัฒนาความยืดหยุ่นทางจิตใจ ที่สามารถนำไปใช้กับสถานการณ์ที่ยากลำบากในอนาคตได้อีกด้วย

Saving data...
Thank you for signing up!
An unknown error occurred. Plesase try again.
FacebookTwitterFacebook MessengerEmail