บัญญัติ 4 ประการ เพื่อป้องกันโรคอาหารเป็นพิษ

 


รู้หรือไม่?

  • ภาวะอาหารเป็นพิษเกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ อาหารหรือเครื่องดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อโรคและสารพิษ ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ และแบคทีเรียประจำถิ่น
  • สำหรับคนไทยที่ชอบดื่มน้ำเย็น ๆ ต้นเหตุหลักของอาการอาหารเป็นพิษอีกอย่างหนึ่งคือน้ำแข็งที่ไม่สะอาดนั่นเอง
  • เมื่อเกิดภาวะอาหารเป็นพิษสามารถดูแลตัวเองได้ด้วยการรับประทานเกลือแร่ อัลตราคาร์บอน และยาแก้คลื่นไส้อาเจียน แต่หากอาเจียนจนรู้สึกว่ามีภาวะขาดน้ำ หัวใจเต้นเร็ว ไข้สูง หน้ามืด วิงเวียน หรืออาเจียนแบบมีเลือดปน ควรรีบไปพบแพทย์
  • ภูมิต้านทานและความแข็งแรงของร่างกายแต่ละคนไม่เท่ากัน ดังนั้นควรสร้างสุขนิสัยด้วยบัญญัติ 4 ประการ ป้องกันภาวะอาหารเป็นพิษ คือ เลือกทาน เลือกอาหารที่ปรุงด้วยความร้อนจนสุกและสะอาด รักสะอาด ล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร เลี่ยงความเสี่ยง งดอาหารที่มีความเสี่ยงในช่วงที่มีอาหารเป็นพิษระบาด เสริมสร้างภูมิ รักษาสุขภาพ พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ

เป็นไหม หน้าร้อนทีไรห่วงกระเพาะอาหารและลำไส้ของตัวเองทุกที เพราะอากาศร้อนมักจะมาพร้อมโรคอาหารเป็นพิษ แถมช่วงที่ผ่านมายังมีไวรัสโรตา (Rota) ซึ่งเป็นกลุ่มอาการเดียวกันกับอาหารเป็นพิษระบาดหนักอีกด้วย แบบนี้คนรักสุขภาพ ไม่อยากนอนซมและวิ่งเข้าห้องน้ำเป็นว่าเล่น จะมีวิธีป้องกันตัวเองอย่างไรบ้าง นายแพทย์จีรวัส ศิลาสุวรรณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพญาไท 2 มีข้อแนะนำดี ๆ มาบอกต่อ แต่ก่อนอื่นไปทำความรู้จักกับภาวะอาหารเป็นพิษกันก่อนดีกว่า

เริ่มจากที่มาที่ไปของอาการอาหารเป็นพิษซึ่งเกิดจากปัจจัย 3 ประการ โดยประการแรกคือ ปัจจัยภายนอก ซึ่งแน่นอนว่าเป็นอาหารหรือเครื่องดื่มที่ได้รับเข้าสู่ร่างกาย หากอาหารหรือเครื่องดื่มนั้นปนเปื้อนเชื้อโรคหรือสารพิษ ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย ไวรัส ท็อกซิน (Toxin: สารพิษที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตจำพวกเชื้อรา) ล้วนทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ทั้งสิ้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเชื้อโรคและสารพิษเหล่านี้จะปะปนมาในอาหารที่ไม่สะอาด ค้างคืน หรืออาหารที่ปรุงแบบสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ส้มตำ อาหารปิ้งย่าง อาหารทะเล ขนมจีน ซูชิ แม้แต่เมนูบุฟเฟ่ต์ยอดฮิตอย่างสุกี้และชาบู ก็พบว่าเป็นหนึ่งในอาหารที่ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษบ่อย ๆ และสำหรับคนไทยที่ชอบดื่มน้ำเย็น ๆ ต้นเหตุหลักของอาการอาหารเป็นพิษอีกอย่างหนึ่งคือ น้ำแข็งที่ไม่สะอาด

ถัดมาเป็นปัจจัยภายในอันเกิดจากตัวผู้ป่วยเอง หากใครมีสุขภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง มีโรคประจำตัว กินยากดภูมิคุ้มกัน หรือมีอาการอักเสบเรื้อรังในกระเพาะ ก็จะมีโอกาสติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารได้ง่ายกว่าคนอื่น ๆ สังเกตได้จากการกินอาหารเหมือนกันพร้อมกันหลายคน แต่บางคนมีอาการอาหารเป็นพิษ ในขณะที่บางคนไม่มีอาการเลย นั่นเป็นเพราะภูมิต้านทานและความแข็งแรงของร่างกายแต่ละคนไม่เท่ากัน

ส่วนปัจจัยสุดท้ายคือแบคทีเรียประจำถิ่น หรือที่เรียกว่า Normal Flora ซึ่งคนในแต่ละพื้นที่มีความคุ้นเคยจนเกิดเป็นแรงต้านทาน แต่สำหรับคนต่างถิ่นที่ไม่คุ้นชิน Normal Flora ก็ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ สังเกตง่าย ๆ จากคนไทยเราเองที่แม้จะกินอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ หรืออาหารจากร้านข้างทางก็ไม่เป็นอะไร เพราะเราคุ้นชินกับเชื้อโรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่แฝงอยู่ในอาหารเหล่านั้นแล้ว หากได้รับเชื้อในปริมาณที่ไม่เยอะเกินไป ร่างกายจึงรับไหว แต่พอชาวต่างชาติลองกินบ้างอาจจะมีอาการท้องเสียหรืออาหารเป็นพิษจาก Normal Flora ที่ปนเปื้อนอยู่ได้

สำหรับอาการเบื้องต้นของภาวะอาหารเป็นพิษคือ การอาเจียน เพราะเมื่อเรารับประทานอาหารที่ปะปนเชื้อโรคหรือสารพิษเข้าไป กลไกภายในกระเพาะของเราจะรู้ว่าอาหารนั้นมีเชื้อโรคหรือสารพิษปนเปื้อนอยู่ และพยายามขับออกด้วยการอาเจียนเพื่อลดปริมาณของเชื้อโรคหรือสารพิษนั้น ๆ แต่หากเชื้อโรคนั้น ๆ ไหลลงสู่ระบบลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ก็อาจทำให้ติดเชื้อในทางเดินอาหารจนทำให้มีอาการปวดท้องหรือท้องเสียตามมาได้ นอกจากนี้อาจมีอาการอื่น ๆ เช่น ท้องอืด อาหารไม่ย่อย เสียดแน่นท้อง มีไข้ พะอืดพะอม ขึ้นอยู่กับปริมาณของเชื้อโรคที่ร่างกายได้รับเข้าไป

เมื่อพบว่ามีภาวะอาหารเป็นพิษ เราสามารถดูแลตัวเองในเบื้องต้นได้ด้วยการรับประทานเกลือแร่ และอัลตราคาร์บอนที่ช่วยดูดซับเชื้อโรคและสารพิษต่าง ๆ รวมถึงรับประทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนควบคู่ไปด้วย เพื่อช่วยบรรเทาอาการ แต่ถ้าอาเจียนมาก ๆ จนรู้สึกว่ามีภาวะขาดน้ำ หัวใจเต้นเร็ว ไข้สูง หน้ามืด วิงเวียน หรืออาเจียนแบบมีเลือดปน ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาให้เร็วที่สุด

แต่ป้องกันไว้ย่อมดีกว่าแก้ สำหรับคนที่ไม่อยากเผชิญหน้ากับภาวะอาหารเป็นพิษ คุณหมอจีรวัสก็แนะนำวิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยให้ห่างไกลจากอาการดังกล่าวด้วยบัญญัติ 4 ประการ ดังนี้

  1. เลือกทาน คือเลือกอาหารที่ปรุงด้วยความร้อนจนสุก เพราะโดยปกติแล้วหากผ่านความร้อน แบคทีเรียและไวรัสต่าง ๆ จะตายหมด แต่ต้องอย่ามองข้ามความสะอาด กระบวนการจัดเตรียมและปรุงอาหารควรมีมาตรฐาน เลือกใช้วัตถุดิบที่ดี ไม่ใช้ของที่ใกล้เสีย และเมื่อปรุงเสร็จแล้วต้องไม่เก็บไว้นานเกินไป
  2. รักสะอาด คือก่อนรับประทานอาหารทุกครั้งควรล้างมือให้สะอาด เพื่อกำจัดไวรัสและแบคทีเรียที่อาจจะติดอยู่ ซึ่งจะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ดีทีเดียว
  3. เลี่ยงความเสี่ยง หากสังเกตเห็นว่าช่วงไหนมีคนท้องเสียหรืออาหารเป็นพิษจำนวนมาก ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่จะทำให้เกิดอาการเหล่านั้นไปก่อน เช่น ส้มตำ ขนมจีน ซูชิ หรือแม้แต่ข้าวผัดที่บางร้านอาจจะใช้ข้าวค้างคืนมาทำ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้
  4. เสริมสร้างภูมิ ดังที่คุณหมอบอกว่า สุขภาพร่างกายคือปัจจัยสำคัญของการเกิดโรค หากร่างกายอ่อนแอก็จะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะอาหารเป็นพิษได้ง่าย ดังนั้นจึงควรดูแลรักษาสุขภาพให้ดีด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

นับว่าเป็นหลักปฏิบัติที่ง่ายแสนง่าย แต่หลายคนอาจจะมองข้ามไป ฉะนั้นหน้าร้อนที่จะถึงนี้ หากไม่อยากเสี่ยงต่อความทรมานของภาวะอาหารเป็นพิษ ลองหันมาใส่ใจให้มากขึ้นสักนิด ด้วยการปฏิบัติตามบัญญัติ 4 ประการง่าย ๆ นี้ รับรองว่าจะห่างไกลจากอาหารเป็นพิษได้อย่างแน่นอน

ข้อมูลจาก: นายแพทย์จีรวัส ศิลาสุวรรณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพญาไท 2

พบบทความเพื่อสุขภาพเป็นประจำทุกเดือนได้ที่ : https://generali.co.th/wellness-content/