ทำอย่างไร? สงกรานต์ปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ

รู้หรือไม่ :

  • ประเทศไทยมีสถิติการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นอันดับหนึ่งของเอเชีย และเป็นอันดับสองของโลก
  • การดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ หรือเมาแล้วขับ เป็นเหตุปัจจัยอันดับต้นๆ ของการเกิดอุบัติเหตบนท้องถนน เพราะแอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานของสมอง ทำให้สูญเสียการควบคุมตัวเอง รวมถึงประสิทธิภาพการมองเห็น การตัดสินใจ และการควบคุมยานพาหนะ
  • การเตรียมตัวเบื้องต้นก่อนเดินทางและทำตามข้อปฏิบัติระหว่างเดินทางอย่างเคร่งครัดจะช่วยลดความเสี่ยง ทุกครอบครัวจะเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย เป็นสงกรานต์ที่มีแต่ความสุข สนุก และไร้อุบัติเหตุ

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายครั้งเทศกาลงานรื่นเริงก็มักจะนำมาซึ่งความเศร้าโศกจากการสูญเสียด้วยเช่นเดียวกัน ที่ผ่านมามีตัวอย่างให้เห็นมานักต่อนักทั้งในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ที่คนส่วนใหญ่ต้องใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางกลับบ้านหรือไปเที่ยว ซึ่งมักจะมีเหตุปัจจัยหลายอย่างทั้งความประมาท เลินเล่อ และความเมา จึงทำให้ช่วงเวลาแห่งความสุขเป็นช่วงที่เกิดอุบัติเหตุเป็นจำนวนมาก ดังนั้นก่อนที่เทศกาลแห่งความสุขและความสนุกของคนไทยจะวนมาถึงอีกครั้ง เราจึงอยากให้เตรียมตัวกันให้ดี เพื่อให้สงกรานต์ปีนี้ปลอดภัยไร้อุบัติเหตุอย่างแท้จริง

หากติดตามข่าวสารผ่านสื่อต่างๆ อยู่เสมอ คงทราบกันดีว่าข่าวอุบัติเหตุบนท้องถนนมีให้ได้ยินได้ฟังแทบทุกวัน ทั้งนี้ แพทย์หญิงอารีสา มโนชญ์ปิติพงศ์ อายุรแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคต่อมไร้ท่อ และเมตาบอลิซึ่ม โรงพยาบาลพระราม 9 บอกเล่าถึงสถิติของการเกิดอุบัติเหตุในประทศไทยว่า จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO ระบุว่าประเทศไทยมีสถิติการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นอันดับหนึ่งของเอเชีย และเป็นอันดับสองของโลก รองจากประเทศลิเบีย นอกจากนี้ สถิติของกระทรวงสาธารณสุขก็ระบุว่า จากอัตราการเสียชีวิตของประชากรไทยในปี 2558 พบว่าอุบัติเหตุจากการคมนาคมขนส่งทางบกเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของคนไทยในอันดับที่ 5 รองจากโรคมะเร็ง หลอดเลือดในสมองตีบ หัวใจขาดเลือด และปอดอักเสบ นี่จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ต้องหันกลับมามองว่า ควรทำอย่างไรเพื่อลดอุบัติเหตุในประเทศของเราให้น้อยลงเพื่อลดความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินได้มากที่สุด

หากมองลึกถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ หนึ่งในปัจจัยหลักอันดับต้นๆ คือการดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ หรือเมาแล้วขับ ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าการดื่มแค่แก้วสองแก้วเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลินกับเพื่อนๆ ไม่น่าจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ แต่ความจริงแล้วแอลกอฮอล์แม้เพียงเล็กน้อยก็มีผลต่อการทำงานของระบบประสาท เพราะทันทีที่ดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้สารสื่อประสาทออกฤทธิ์ในการกระตุ้นสมองมากขึ้น คนที่ดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์เข้าไปในช่วงแรกๆ จึงมีอาการตื่นตัวมากกว่าปกติ ครึกครื้น สนุกสนาน แม้จะรู้สึกว่ายังควบคุมตัวเองและร่างกายได้ แต่สติและการตัดสินใจอาจจะช้ากว่าปกติ เมื่อดื่มแล้วขับรถจึงเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งยังมีโอกาสที่จะทำร้ายคนอื่นได้ง่ายขึ้นด้วย

ยิ่งเมื่อดื่มหนักขึ้น ร่างกายได้รับแอลกอฮอล์ที่มากขึ้น ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานของสมองโดยเฉพาะบริเวณก้านสมอง ทำให้สูญเสียการควบคุมตัวเอง ทรงตัวยาก รวมถึงประสิทธิภาพการมองเห็น การตัดสินใจ และการควบคุมยานพาหนะก็ลดลง จึงมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

สำหรับคนที่ไม่ดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ ทั้งปัจจัยภายใน เช่น ความประมาท เลินเล่อ และขาดสติ รวมถึงปัจจัยภายนอก เช่น สภาพถนน สภาพการจราจร และผู้ร่วมเดินทาง ดังนั้นการป้องกันไว้ก่อนจึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นที่จะต้องเตรียมการ เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่กำลังจะมาถึงนี้ แพทย์หญิงอารีสา จึงแนะนำการเตรียมตัวเบื้องต้นก่อนเดินทางและข้อปฏิบัติระหว่างเดินทางที่ทุกคนสามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้

  1. เช็กสภาพรถให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง
  2. วางแผนการเดินทางและศึกษาเส้นทางให้ดีว่า รถเยอะไหม สภาพถนนเป็นอย่างไร และต้องใช้เวลาเท่าไรในการเดินทาง จะได้เผื่อเวลาไว้ด้วย
  3. เตรียมตัวเองให้มีสภาพร่างกายที่พร้อมต่อการเดินทาง ด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด และงดรับประทานยาที่ทำให้ง่วง เช่น ยาลดน้ำมูก ยาภูมิแพ้ ยาแก้ไอ สำหรับคนที่มีโรคประจำตัวควรเตรียมยาไปให้ครบถ้วน
  4. หาข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินเตรียมไว้ หากเกิดอะไรขึ้นจะได้มีคนมาช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
  5. คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่ขับรถ
  6. หากขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง
  7. เคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ไม่ขับปาดหน้า หรือย้อนศร
  8. ขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสม และควรเปิดไฟหน้ารถเพื่อให้สังเกตได้ง่าย
  9. หากขับรถแล้วรู้สึกง่วง เหนื่อย เพลีย ต้องรีบหาจุดพักรถ เพื่องีบหรือเข้าห้องน้ำ ล้างหน้า อย่าฝืนตัวเอง
  10. ไม่ควรเล่นมือถือหรือหากเป็นไปได้ควรปิดอินเทอร์เน็ตระหว่างขับรถ เพราะเสียงข้อความหรือการแจ้งเตือนต่างๆ จากโทรศัพท์มือถือจะดึงดูดความสนใจจนขาดสมาธิในการขับขี่

เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้แล้ว ทุกครอบครัวจะเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย เป็นสงกรานต์ที่มีแต่ความสุข สนุก และไร้อุบัติเหตุ

สนใจประกันภัยรถยนต์ คลิก

 

ที่มา : แพทย์หญิงอารีสา มโนชญ์ปิติพงศ์ อายุรแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคต่อมไร้ท่อ และเมตาบอลิซึ่ม โรงพยาบาลพระราม 9