ประกันภัยแบบกลุ่มคืออะไร

มาทำความรู้จักกับการประกันภัยแบบกลุ่มกันดีกว่า

การประกันภัยแบบกลุ่มเป็นการรับประกันภัยบุคคลหลายคนภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับเดียวโดยมีนายจ้างเป็นผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัย และมีลูกจ้างเป็นผู้เอาประกันภัย  ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นการให้สวัสดิการแก่ลูกจ้าง โดยบริษัทประกันภัยจะออกกรมธรรม์ประกันภัยเพียงฉบับเดียวให้กับนายจ้าง เรียกว่า “กรมธรรม์ประกันภัยหลัก” ส่วนลูกจ้างจะได้รับเอกสาร ที่เรียกว่า “ใบรับรองการเอาประกันภัย หรือบัตรประกันสุขภาพ”  ไว้เป็นหลักฐานในการเอาประกันภัย หรือใช้สิทธิรักษาพยาบาล โดยการเอาประกันภัยกลุ่มที่นายจ้างสามารถทำให้กับลูกจ้างได้นั้นมีหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น

  • การประกันชีวิตกลุ่ม: ให้ความคุ้มครองการเสียชีวิตทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นการเสียชีวิตจากการเจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุทั้งในและนอกเวลาทำงาน ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก โดยบริษัทประกันภัยจะจ่ายเงินเอาประกันภัยให้กับทายาทหรือผู้รับประโยชน์ของลูกจ้างที่ระบุไว้
  • การประกันอุบัติเหตุกลุ่ม: ให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะต่างๆ (มือ เท้า สายตา) จากอุบัติเหตุ ซึ่งบางกรณี อาจมีเงินชดเชยสำหรับค่ารักษาพยาบาลอันเกิดจากอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บที่ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลให้อีกด้วย
  • การประกันทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงกลุ่ม: ให้ความคุ้มครองกรณีผู้เอาประกันภัยทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากการเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ ซึ่งโดยทั่วไปบริษัทประกันภัยจะคุ้มครองเมื่อตกเป็นผู้ทุพพลภาพต่อเนื่องไม่น้อยกว่า180 วัน นับแต่วันเกิดเหตุ
  • การประกันสุขภาพกลุ่ม: ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับค่าชดเชยค่ารักษาพยาบาลอันเกิดจากการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย ทั้งกรณีการรักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก

ประโยชน์ที่นายจ้างจะได้รับ
จากการทำประกันภัยแบบกลุ่ม

ประโยชน์ที่ลูกจ้างจะได้รับ
จากการมีประกันภัยแบบกลุ่ม

  • สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร เนื่องจากการมอบสวัสดิการที่ดีให้แก่พนักงาน แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่และการให้ความสำคัญกับลูกจ้าง อีกทั้ง เป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง
  • ต้นทุนต่ำ ประกันภัยกลุ่มมีต้นทุนต่ำ แต่ลูกจ้างได้รับผลประโยชน์สูงเมื่อเทียบกับการทำประกันภัยรายบุคคล และช่วยลดการเรียกร้องเงินช่วยเหลือ เมื่อลูกจ้างเสียชีวิต เจ็บป่วย หรือทุพพลภาพ
  • ช่วยวางแผนการเงิน โดยองค์กรหรือนายจ้างสามารถวางแผนทางการเงินได้ล่วงหน้า เพราะการทำประกันภัยกลุ่มจะมีอัตราเบี้ยประกันภัยที่แน่นอน ทำให้คาดการณ์ได้ว่าแต่ละปีต้องเสียต้นทุนในส่วนนี้เท่าไร
  • สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เนื่องจาก สามารถนำค่าเบี้ยประกันภัยมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ก่อนการคำนวณภาษีเงินได้ของบริษัท
  • สร้างหลักประกันการได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัย ทำให้รู้สึกว่ามีหลักประกันที่มั่นคง และมีความสุขในการทำงานมากขึ้น
  • ลดภาระค่าใช้จ่าย หากได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย ทำให้ไม่ต้องกังวลกับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้น เนื่องจากมีบริษัทประกันภัยเข้ามารับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้
  • คุณภาพชีวิตดีขึ้น หากต้องออกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเอง หลายคนอาจเลือกรอให้หายป่วยเองมากกว่าหาหมอเพื่อรักษาให้หาย แต่การทำประกันภัยจะช่วยให้ลูกจ้างเข้ารับการรักษาแต่เนิ่นๆ ก่อนอาการเจ็บป่วยจะรุนแรงขึ้น รวมถึงช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเป็นโรคร้ายแรง
  • ครอบครัวอุ่นใจ กรณีลูกจ้างเสียชีวิต หรือทุพพลภาพ ครอบครัวจะได้รับเงินชดเชย ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนที่อาจเกิดขึ้นได้