ปลูกฝังความยั่งยืน และเก็บเกี่ยวโอกาสที่แท้จริง: สูตรสำเร็จของเกษตรกรรุ่นใหม่

การเลือกใช้ชีวิตกับงานเกษตรไม่ใช่เรื่องง่าย และมักมาพร้อมกับความท้าทายมากมาย แต่ในปัจจุบัน เกษตรกรสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะกับตัวเองได้มากขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ที่จับต้องได้เพื่อการเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เรามักได้ยินเรื่องราวของคนหนุ่มสาวที่ตัดสินใจออกจากเมือง เพื่อไปอาศัยในชนบท และทำเกษตรบนที่ดินของครอบครัว บางคนอาจจำเป็นต้องเลือกเส้นทางนี้แต่ก็มีไม่น้อยที่ตัดสินใจด้วยความตั้งใจจริงบางคนเลือกที่จะหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมือง ในขณะที่หลาย ๆ คนเลือกที่จะทำการเกษตรเพื่อเติมพลังให้กับตัวเอง หรือเพื่อเริ่มต้นอาชีพในด้านนี้อย่างจริงจัง ภาพของเกษตรกรที่ทำงานกลางแดด มือหยาบกร้าน และต้องอดทนไม่ได้สะท้อนแค่ความรักในชีวิตชนบทเท่านั้นแต่ยังหมายถึงทางเลือกใหม่ในการทำธุรกิจ การสร้างอนาคต และการรับมือกับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้นวันนี้ นักวิชาการเกษตร ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี นักออกแบบ และนักชีววิทยารุ่นใหม่เริ่มนำความรู้และประสบการณ์จากเมืองไปต่อยอดกับภาคการเกษตรในชนบทแม้การเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ และยังอยู่ในวงจำกัด แต่ก็สะท้อนถึงให้เห็นถึงทิศทางใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้น

บริบทระดับโลก: ยุโรปและเอเชีย

ลองมองภาพในระดับสากลกันบ้าง: ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาคการเกษตรของยุโรป เริ่มตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพึ่งพาเกษตรกรรุ่นใหม่มากขึ้นอย่างจริงจังตามข้อมูลจาก คณะกรรมาธิการยุโรป เจ้าของและผู้บริหารพื้นที่การเกษตรเพียง 12% เท่านั้นที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี ขณะที่อายุเฉลี่ยของผู้ดูแลพื้นที่เกษตรสูงกว่า 57 ปีตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นสองด้านพร้อมกันทั้งความเสี่ยงของสังคมสูงอายุ และโอกาสสำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ที่พร้อมจะก้าวเข้ามาคนหนุ่มสาวที่มีไอเดียใหม่ ๆ เข้าใจเทคโนโลยี และคุ้นเคยกับโลกดิจิทัล จะสามารถเปลี่ยนพื้นที่ชนบทให้กลายเป็นห้องทดลองเพื่อพัฒนานวัตกรรม แนวทางการเกษตรรูปแบบใหม่ และสร้างเส้นทางความยั่งยืนในระยะยาวได้ แต่ความท้าทายของภาคการเกษตรไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องโครงสร้างประชากรเท่านั้น

สถานการณ์ภัยแล้ง คลื่นความร้อนฉับพลัน และพายุฝนรุนแรง เป็นสถานการณ์ที่เกิดบ่อยขึ้น และสร้างความเสียหายให้แก่ภาคการเกษตรของยุโรปประมาณ 28,000 ล้านยูโรต่อปี อย่างไรก็ตาม แนวทางรับมือรูปแบบใหม่ก็เริ่มเกิดขึ้นควบคู่กันเทคโนโลยีอย่างเซ็นเซอร์ด้านชลประทานที่ควบคุมน้ำได้อย่างแม่นยำโดรนสำหรับตรวจสอบสภาพพืชผล และแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ช่วยให้เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตได้โดยตรง ที่ช่วยให้เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตได้โดยตรงแน่นอนว่าความยากลำบากเหล่านี้ แม้จะหนักหนา แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคที่เกินกำลังมนุษย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในเอเชียกำลังส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชนบทอย่างชัดเจนมรสุมที่แปรปรวนคลื่นความร้อน และสภาพดินเสื่อมโทรมที่เกิดขึ้นในรูปแบบที่คาดการณ์ไม่ได้ กำลังทำให้เกษตรกรต้องหาแนวทางใหม่ในการรับมือ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราเริ่มมองเห็นแนวทางที่เป็นรูปธรรมมากชึ้น แม้ปัญหาอย่างปริมาณผลผลิตที่ลดลง สภาพดินที่ไม่สมบูรณ์ และความมั่นคงด้านอาหารกำลังเป็นความเสี่ยงที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม ขณะเดียวกัน ก็มีเรื่องราวของการปรับตัวและการใช้นวัตกรรมควบคู่กันไปตามข้อมูลจาก UNDP (2024, Novel Agrifood Technologies & Sustainable Development) ที่ศึกษาภาคการเกษตรรายย่อยในประเทศกำลังพัฒนา เกี่ยวกับการปรับใช้แนวทางใหม่ ๆ ระบุว่า เกษตรกรรายย่อยเริ่มหันมาใช้แนวทางการทำการเกษตรแบบที่ไม่ทำลายทรัพยากร และปรับรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับสภาพอากาศ รวมทั้งเริ่มมีการปรับใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อส่งเสริมผลผลิต และปรับตัวตามสถานการณ์ การหมุนเวียนปลูกพืชไร่ การทำปุ๋ยหมัก การจัดการคาร์บอนในดิน และการใช้น้ำอย่างระมัดระวัง ที่กำหนดเป็นแผนแบบวันต่อวัน ส่งผลดีต่อความสมบูรณ์ของดิน ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและช่วยในการปกป้องรายได้ แต่ “นวัตกรรม” ไม่ได้หมายถึงเรื่องเทคนิคเพียงอย่างเดียว เกษตรกรในเอเชียรุ่นใหม่ ๆ จำนวนมากเลือกใช้แนวทางด้านการเกษตรผสมผสานกับระบบดิจิทัล เพื่อเชื่อมผู้ผลิตเข้ากับผู้บริโภคโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการใช้แอปเพื่อตรวจสอบสภาพอากาศ การจัดสรรน้ำ หรือแพลตฟอร์มที่ช่วยขายผลผลิตได้ตรงถึงผู้ซื้อและลดของเสียไปพร้อมกัน

มุมมองของไทย: การทำการเกษตรในยุคที่สภาพอากาศแปรปรวน และการเปลี่ยนผ่านสู่เกษตรกรรุ่นใหม่

ในประเทศไทย ภาคการเกษตรยังคงเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ แต่ขณะเดียวกันก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป การทำการเกษตรยังคงพึ่งพาแรงงานภาคชนบทเป็นหลัก และอายุเฉลี่ยของเกษตรกรก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อ ขณะที่คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยเลือกมองหาโอกาสในเมืองมากกว่า ตามข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติของไทย (ข้อมูลสัมมะโนการเกษตรปี 2024)ผระบุว่ากลุ่มเกษตรกรที่มีอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นลักษณะที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในภาคการเกษตรของไทย

ในขณะเดียวกัน ปัญหาสภาพอากาศก็มีผลต่อวงรอบการผลิตทางการเกษตรด้วยเช่นกัน ความแปรปรวนของสภาพอากาศได้เปลี่ยนจากปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว กลายเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนและรับมืออย่างจริงจัง สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก., 2024) ระบุว่า การผันผวนของผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้นเนื่องจากภาวะฝนไม่ตกตามฤดูกาล ความแห้งแล้ง และอุทกภัยส่งผลต่อผลผลิตสำคัญ ๆ เช่น ข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย ปรากฏการณ์เอลนินโญ่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทำให้การขาดแคลนน้ำวิกฤตมากขึ้นในบางพื้นที่ ในขณะที่ฝนฟ้าคะนองเฉียบพลัน ก็ส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวในอีกหลายพื้นที่

สำหรับเกษตรกรรุ่นใหม่ ๆ สิ่งนี้ทำให้ต้องมีการปรับใช้ทักษะในหลาย ๆ ด้าน การทำการเกษตรไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดการดินเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังต้องอาศัยการตีความข้อมูล การประเมินความเสี่ยง และการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย (กษ., 2024) ได้พัฒนาบริการให้คำแนะนำผ่านระบบดิจิทัล พร้อมส่งเสริมและพัฒนาแนวทางในการทำการเกษตรที่เน้นความแม่นยำสูง โดยอาศัยภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลวิเคราะห์ดิน และระบบแจ้งเตือนสภาพอากาศผ่านอุปกรณ์พกพา เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยสามารถเข้าถึงได้ง่าย เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้เกษตรกรสามารถปรับการจัดสรรน้ำ ตรวจสอบผลกระทบที่เกี่ยวกับการเพาะปลูก และคาดการณ์สภาพอากาศที่อาจรุนแรงได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น

การกำหนดนโยบายมีส่วนช่วยในการปรับตัว โมเดลเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียว (BCG) ของไทย ถูกนำมาผลักดันอย่างจริงจังในแผนระดับชาติปี 2024 โดยมองว่าการทำการเกษตรยั่งยืนคือ ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตแบบเพิ่มมูลค่า มากกว่าการให้ความสำคัญกับการผลิตเชิงปริมาณ แนวทางการจัดการดินแบบไม่ทำลายทรัพยากร การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดการพึ่งพาสารเคมี กำลังได้รับการผลักดันอย่างจริงจัง ไม่เฉพาะในรูปแบบของมาตรการเพื่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นแนวทางทางเศรษฐกิจในระยะยาวอีกด้วย

โอกาสในการเข้าถึงพื้นที่การเกษตรเป็นอีกความท้าทายที่สำคัญ โดยเฉพาะสำหรับเกษตรกรที่ไม่มีที่ทำกินตกทอดจากครอบครัว อย่างไรก็ตาม โครงสร้างการทำงานรูปแบบใหม่ ๆ เช่น สหกรณ์เกษตร และการทำฟาร์มภายใต้สัญญา เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ช่วยเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่สามารถก้าวเข้าสู่อาชีพเกษตรได้ง่ายขึ้นการพัฒนาภาคการเกษตรในปัจจุบันจึงไม่ใช่การยึดติดกับแนวทางใดแนวทางหนึ่งแต่เป็นการผสมผสานองค์ความรู้ดั้งเดิมด้านเกษตรกรรม กับองค์ความรู้ผ่านระบบดิจิทัล เพื่อช่วยเติมเต็มช่องว่างด้านประสบการณ์ และเสริมศักยภาพให้เกษตรกรรุ่นใหม่สามารถปรับตัวได้ดีขึ้น

ในขณะเดียวกัน เครือข่ายชุมชนยังคงมีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสหกรณ์ท้องถิ่น กลุ่มแชร์การใช้เครื่องจัก รและสมาคมผู้ผลิต ล้วนเป็นกลไกที่ช่วยในการลดต้นทุน และสร้างอำนาจในการต่อรองร่วมกัน ตลาดออนไลน์ และแพลตฟอร์มการทำงานที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ไม่ว่าจะเป็นโดยเฉพาะในกลุ่มตลาดมูลค่าสูง เช่น ผลผลิตอินทรีย์ และตลาดส่งออก

แนวทางการปรับตัวตามตามสถานการณ์กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในกลุ่มเกษตรกรไทยรุ่นใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น:

  • การเลือกปลูกพืชที่หลากหลายและทนต่อสภาพอากาศแปรปรวน เช่น ภัยแล้งหรือน้ำท่วม
  • การใช้เครื่องมือคาดการณ์ผ่านอุปกรณ์พกพา เพื่อช่วยตัดสินใจเรื่องการเพาะปลูกและการจัดการฟาร์มการสร้างรายได้จากหลายทางเช่น การท่องเที่ยวเชิงเกษตร หรือการแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า
  • การเข้าร่วมกลุ่มสหกรณ์ หรือกลุ่มจัดซื้อผลผลิต เพื่อลดความผันผวนของของราคาและผลผลิต

ภายใต้แรงกดดันจากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไปและสภาพอากาศที่คาดเดาได้ยาก ระบบเกษตรกรรมของไทยจึงค่อย ๆ พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แรงกดดันเหล่านี้มีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนให้มีการปรับตัวให้ทันสมัยมากขึ้น สำหรับคนรุ่นใหม่ที่พร้อมผสมผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยี การทำการเกษตรจึงไม่ใช่แค่การสานต่องานของคนรุ่นก่อนหน้าเท่านั้น แต่ยังเป็นหนทางไปสู่การปรับตัวอย่างยืดหยุ่น และการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตอีกด้วย

เข็มทิศสำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นเส้นทางเกษตรกรรมการตัดสินใจกลับไปทำการเกษตรไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด นี่เป็นการเลือกเส้นทางใหม่ที่ทั้งน่าตื่นเต้นและอาจเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่ศูนย์ สิ่งนี้อาจทำให้สับสนและไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี ค่าใช้จ่ายเบื้องต้น การเข้าถึงที่ดิน และทักษะด้านเทคนิค ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ คือสิ่งจำเป็นที่อาจทำให้ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากจุดไหนดี แต่ความท้าทายเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สามารถเริ่มต้นได้ ระบบสนับสนุนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายเกษตรกร แหล่งเงินทุน หรือแผนการฝึกอบรม มีให้เข้าถึงมากขึ้นกว่าเดิม แนวทางเหล่านี้กำลังช่วยเปิดโอกาสให้การขับเคลื่อนเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริง ทั้งในเอเชียและยุโรป

ในฝั่งยุโรป นโยบายร่วมกันด้านเกษตรกรรม (CAP) มีการกำหนดเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านของเกษตรกรรุ่นใหม่อย่างจริงจัง โดยมีการสนับสนุนเงินทุนแบบให้เปล่าสำหรับผู้ที่เริ่มทำเกษตรอย่างยั่งยืน แต่การสนับสนุนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องเงินเท่านั้น แผนการฝึกอบรมดังกล่าวยังถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แผนงานต่าง ๆ เช่น Erasmus for Young Entrepreneurs (EYE) เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เสริมสร้างประสบการณ์ 1 ถึง 6 เดือนในบริษัทสัญชาติยุโรปที่มีบทบาทอย่างจริงจังด้านการเกษตรอินทรีย์ หรือเกษตรความแม่นยำสูง เพื่อทำความเข้าใจนวัตกรรมและรูปแบบการทำเกษตรสมัยใหม่จากประสบการณ์ตรงความจำเป็นในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้นี้สอดคล้องกับแผน กลยุทธ์เพื่อการเปลี่ยนผ่านจากรุ่นสู่รุ่นของสหภาพยุโรป ซึ่งเน้นการฝึกอบรมเชิงวิชาชีพ การฝึกสอน และการเรียนรู้ในระดับนานาชาติที่เข้มข้นมากขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่าเกษตรกรรุ่นใหม่จะสามารถทำการเกษตรได้อย่างยั่งยืนภายใต้การใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือหลัก

ในภูมิภาคเอเชียเอง โครงการของ UNDP ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิคเองก็มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเกษตรกรรุ่นใหม่ ๆ ในการเข้าถึงข้อมูลการฝึกอบรม เทคโนโลยีอัจฉริยะด้านสภาพอากาศและแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม ภาครัฐและองค์กรด้านการพัฒนาต่าง ๆ ยังร่วมกันผลักดันแนวทางที่ผสานความรู้ดั้งเดิมด้านการเกษตรเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ โดยมีระบบสหกรณ์การเกษตรและแผนการเช่าที่ดิน เพื่อเปิดโอกาสให้คนหนุ่มสาวในชนบทสามารถเข้าถึงพื้นที่เพาะปลูกได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในอุปสรรคที่สำคัญสำหรับเกษตรกรหน้าใหม่ ยังคงเป็นเรื่องของการการเข้าถึงที่ดิน หลาย ๆ ประเทศมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการถือครองและระบบการบริหารจัดการร่วมกัน ทั้งผ่านสหกรณ์การเกษตร ทรัสต์ในระดับท้องถิ่นหรือกลุ่มหรือองค์กรในชุมชนที่ช่วยดูแลและบริหารจัดการที่ดินแทน และแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ช่วยเชื่อมโยงเกษตรกรกับพื้นที่ที่ปล่อยทิ้งไว้ เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้อีกครั้ง

ทรัพยากรสำคัญที่มักถูกมองข้ามในการทำเกษตรคือ “ชุมชน”

เกษตรกรรุ่นใหม่ที่สามารถสร้างตัวได้อย่างมั่นคง ไม่ใช่คนที่ทำงานเพียงลำพัง แต่เป็นคนที่เข้าร่วมกับเครือข่ายสนับสนุนต่าง ๆ เช่น เครือข่ายจัดซื้อ ตลาดรวมของเกษตรกร และสหกรณ์ที่แชร์เครื่องมือและโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ร่วมกัน ในปัจจุบัน เครื่องมือดิจิทัลเอง ก็สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น การใช้ประโยชน์จากตลาดเกษตรออนไลน์ หรือแพลตฟอร์มตรวจสอบและจัดการเพื่อช่วยในการขายสินค้าโดยตรงกับผู้บริโภคในรูปแบบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ตามข้อมูลจากรายงานระดับสากลเกี่ยวกับเยาวชนในภาคเกษตรและอาหารปี 2025 จาก FAO ระบุว่าประมาณ 44% ของแรงงานหนุ่มสาวทั่วโลก (“โดยเฉพาะในประเทศรายได้ต่ำถึงปานกลางที่มีประชากรหนุ่มสาวอยู่ประมาณ 85 % ของจำนวนทั้งหมด 1,300 พันล้านคน”) ตัวเลขนี้สะท้อนว่าเกษตรกรรมยังคงเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของคนรุ่นใหม่ และเป็นพื้นที่ทดลองสำหรับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้จริงการเติบโตของแพลตฟอร์มดิจิทัล เครื่องมือจัดสรรน้ำอัจฉริยะ และเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานที่ใช้เทคโนโลยีอย่างบล็อกเชน ไม่เพียงแต่ช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง แต่ยังทำให้เกิดความโปร่งใสและความเชื่อมั่นในห่วงโซ่อาหาร แนวทางเหล่านี้ช่วยลดการพึ่งพาคนกลาง เพิ่มมูลค่าสินค้า และทำให้ห่วงโซ่อุปทานสั้นลง ยืดหยุ่น และยั่งยืนมากขึ้น

สำหรับผู้ที่เลือกเดินทางกลับมาทำการเกษตร อาจต้องเตรียพร้อมรับเส้นทางที่อาจซับซ้อน แต่ถึงอย่างไรก็เต็มไปด้วยโอกาสมากมาย สิ่งนี้ต้องอาศัยการเรียนรู้ ความอดทน และความเข้าใจว่าการเกษตรในปัจจุบันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วนี่คืออาชีพที่อาศัยภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับหลักวิทยาศาสตร์ เป็นการลงแรงร่วมกับการใช้นวัตกรรม และที่สำคัญ ไม่ได้เดินไปเพียงลำพัง เพราะชุมชนและเครือข่ายรอบตัวคือพลังสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

แหล่งข้อมูล

  • สำนักงานสถิติแห่งชาติ – สำมะโนเกษตร / ภาคแรงงานปี 2024
  • สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก) ประเทศไทย – รายงานการผลิตภาคเกษตรและผลกระทบจากสภาพอากาศ 2024
  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) – การเกษตรความแม่นยำสูงและบริการให้คำปรึกษาผ่านระบบดิจิทัล 2024
  • Thailand Bio-Circular-Green (BCG) กลยุทธ์ทางเศรษฐกิจปี 2024
  • FAO – กรอบการวางแผนของไทยประจำปี 2024

บทความอื่นที่น่าสนใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ หากคุณใช้เว็บไซต์ต่อ ถือว่าคุณยอมรับการใช้คุกกี้และ นโยบายคุกกี้ คลิก ตั้งค่า เพื่อตั้งค่าคุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาความปลอดภัยและการบริหารจัดการเครือข่าย เป็นต้น เพื่อให้คุณสามารถเข้าชมและใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ หากไม่มีคุกกี้นี้เว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสม คุณไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้นี้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของผู้เข้าชม เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าคุณปิดการใช้งานคุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูล เช่น เว็บไซต์หรือเนื้อหาที่คุณเยี่ยมชม เป็นต้น เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ความเหมาะสมและตรงกับความสนใจของคุณ ถ้าคุณปิดการใช้งานคุกกี้นี้ คุณจะยังเห็นเนื้อหาและโฆษณาทั่วไป ซึ่งมีเนื้อหาและโฆษณาที่ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

  • คุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยจดจำการกรอกข้อมูล เช่น สมัครงาน สนใจผลิตภัณฑ์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้เว็บไซต์ ถ้าคุณปิดการใช้งานคุกกี้นี้ คุณอาจใช้งานเว็บไซต์ได้ไม่สะดวกและไม่เต็มประสิทธิภาพ

บันทึก