วิธีการรับมือกับมลพิษทางทะเล

การใช้ชีวิตประจำวันของคุณส่งผลโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่คุณเลือกซื้อ ไปจนถึงวิธีการกำจัดผลิตภัณฑ์เหล่านั้น การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันของคุณอาจช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้

ปัญหามลพิษทางทะเล

บรรจุภัณฑ์ สินค้าเพื่อความงาม หรือผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กล้วนประกอบไปด้วยพลาสติก ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษทางทะเล โดยปริมาณขยะพลาสติกนั้น คิดเป็นร้อยละ 80 – 85 ของขยะในทะเลทั้งหมด

ขยะพลาสติกที่ก่อให้เกิดมลพิษทางทะเลมากที่สุด

ขยะพลาสติกที่พบได้มากที่สุดในทะเล ได้แก่ ภาชนะใส่อาหารและเครื่องดื่ม สำลีก้าน จานพลาสติก ช้อนส้อมพลาสติก ถุงพลาสติกสำหรับใส่อาหาร ลูกโป่ง ถุงหิ้วพลาสติก และสุขภัณฑ์ต่างๆ ที่ทำมาจากพลาสติก

ทำไมขยะเหล่านี้ถึงเป็นอันตราย

พลาสติกสามารถคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมเป็นเวลาหลายทศวรรษ โดยระหว่างนั้นจะค่อยๆ ปล่อยสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ป่า โดยทุกๆ ปีจะมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและเต่าทะเลถึง 100,000 ตัว และนกทะเลถึง 1 ล้านตัวที่ตายเพราะขยะพลาสติกในทะเลเหล่านี้

เราจะลดมลพิษทางทะเลได้อย่างไร

การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันของคุณสามารถลดปริมาณขยะพลาสติกและรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลได้ ดังนี้

#1 ใช้พลาสติกที่สามารถใช้ซ้ำได้

ครึ่งหนึ่งของขยะในทะเลทั้งหมด ล้วนเป็นพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ลองเปลี่ยนไปใช้วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้

#2 สนับสนุนการเลิกใช้พลาสติก

สนับสนุนการเลิกใช้พลาสติกและสร้างความตระหนักด้วยการแบ่งปันข้อมูลทางโซเชียลมีเดีย

#3 หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีไมโครบีดส์ (Microbeads)

มองหาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามที่มีฉลากว่าปราศจากไมโครบีดส์ หรือตรวจสอบส่วนผสมที่ฉลากก่อนการซื้อ

#4 เลือกซื้อสินค้าอาหารแบบไร้บรรจุภัณฑ์

ลดขยะพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ด้วยการซื้ออาหารที่ใช้บรรจุภัณฑ์น้อยและซื้อในปริมาณมากๆ

#5 เลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถรีฟิล (refill) ได้

เลือกผลิตภัณฑ์ความงามจากแบรนด์ที่มีตัวเลือกให้คุณสามารถเติม หรือรีฟิลผลิตภัณฑ์ได้

#6 ตรวจสอบปริมาณการใช้งานพลาสติก (Plastic Footprint) ของตัวคุณ

คุณสามารถใช้แอปต่างๆ เช่น ReplacePlastic และ My Little Plastic Footprint เพื่อติดตามและตรวจสอบปริมาณการใช้งานพลาสติกของคุณ

#7 ลดการใช้กระป๋องอาหาร

กระป๋องอาหารมักจะเต็มไปด้วยสาร BPA ซึ่งเป็นสารเคมีทางอุตสาหกรรมที่มีส่วนประกอบของพลาสติก และสารเคมีอันตรายอื่นๆ โดยสารเหล่านี้อาจปนเปื้อนเมื่อถูกทิ้งลงทะเลได้

#8 เปลี่ยนมาใช้แปรงสีฟันไม้ไผ่

แปรงสีฟันพลาสติกใช้เวลากว่า 500 ปีในการย่อยสลาย ลองเปลี่ยนมาใช้แปรงสีฟันไม้ไผ่ซึ่งมีกระบวนการย่อยสลายที่เร็วกว่า

#9 เคี้ยวหมากฝรั่งธรรมชาติ

เลือกหมากฝรั่งที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น เมล็ดยี่หร่า หรือยางธรรมชาติซึ่งถือได้ว่าเป็นหมากฝรั่งแบบดั้งเดิม

#10 ใช้ครีมกันแดดที่เป็นมิตรกับทะเล

หลีกเลี่ยงครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของออกซีเบนโซน (oxybenzone) และออกติโนเซต (octinoxate) เนื่องจากสารเหล่านี้อาจปนเปื้อนไปกับน้ำและส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวได้

#11 เปลี่ยนวิธีการซักเสื้อผ้าของคุณ

เสื้อผ้าหนึ่งชิ้นสามารถปล่อยเส้นใยได้ถึง 700,000 เส้นในการซักเพียงครั้งเดียว เส้นใยเหล่านี้สามารถปนเปื้อนอยู่ในทะเล และเมื่อสิ่งมีชีวิตในทะเลกินเข้าไปก็อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้นคุณควรซักเสื้อผ้าใยสังเคราะห์ให้น้อยลง ซักในปริมาณมาก และใช้น้ำเย็นเท่านั้น

สุดท้าย ให้บอกเล่าวิธีการลดขยะพลาสติกของคุณให้ผู้คนได้รับรู้ ไม่ว่าจะผ่านทางโซเชียลมีเดีย หรือผ่านการบอกเล่า เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นได้ลองทำตาม

#12 เข้าร่วมกิจกรรมการทำความสะอาด

เข้าร่วมกิจกรรมการทำความสะอาดชายหาดหรือแม่น้ำในละแวกบ้านของคุณ และเชิญชวนเพื่อนๆ และครอบครัวให้มาช่วยกันร่วมเก็บขยะและทำความสะอาด

บทความอื่นที่น่าสนใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ หากคุณใช้เว็บไซต์ต่อ ถือว่าคุณยอมรับการใช้คุกกี้และ นโยบายคุกกี้ คลิก ตั้งค่า เพื่อตั้งค่าคุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาความปลอดภัยและการบริหารจัดการเครือข่าย เป็นต้น เพื่อให้คุณสามารถเข้าชมและใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ หากไม่มีคุกกี้นี้เว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสม คุณไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้นี้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของผู้เข้าชม เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าคุณปิดการใช้งานคุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูล เช่น เว็บไซต์หรือเนื้อหาที่คุณเยี่ยมชม เป็นต้น เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ความเหมาะสมและตรงกับความสนใจของคุณ ถ้าคุณปิดการใช้งานคุกกี้นี้ คุณจะยังเห็นเนื้อหาและโฆษณาทั่วไป ซึ่งมีเนื้อหาและโฆษณาที่ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

  • คุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยจดจำการกรอกข้อมูล เช่น สมัครงาน สนใจผลิตภัณฑ์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้เว็บไซต์ ถ้าคุณปิดการใช้งานคุกกี้นี้ คุณอาจใช้งานเว็บไซต์ได้ไม่สะดวกและไม่เต็มประสิทธิภาพ

บันทึก