สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้
ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร กำหนดให้ผู้มีเงินได้ต้องแจ้งความประสงค์ที่จะใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ต่อผู้รับประกันภัยที่ได้เอาประกันภัยไว้
- สำหรับผู้เอาประกันภัยที่ซื้อประกันสุขภาพ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป
- สำหรับผู้เอาประกันภัยที่ซื้อประกันชีวิต ประกันชีวิตแบบบำนาญ และประกันสุขภาพบิดามารดาของผู้มีเงินได้และคู่สมรส ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ กรณีกรมธรรม์ประกันภัยที่ทำก่อนปีที่กำหนดดังกล่าว หากท่านไม่ประสงค์จะให้ความยินยอมแก่บริษัทในการส่งข้อมูลไปที่กรมสรรพากร ท่านสามารถใช้ใบเสร็จรับเงินหรือหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัยที่ออกจากบริษัทประกันภัยในการยื่นขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ต่อกรมสรรพากรได้ค่ะ
ท่านสามารถแจ้งความประสงค์และยินยอมให้เจนเนอราลี่นำส่งข้อมูลเกี่ยวกับเบี้ยประกันภัยในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ต่อกรมสรรพากรได้ ที่นี่ ค่ะ
หากกรมธรรม์นั้นเคยแจ้งความประสงค์ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้กับกับทางบริษัทเจนเนอราลี่แล้ว ไม่ต้องแจ้งซ้ำอีก
แต่หากมีการซื้อกรมธรรม์ใหม่เพิ่มเติม ก็ต้องแจ้งความประสงค์ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับกรมธรรม์ใหม่ในปีภาษีนั้นด้วยค่ะ ซึ่งสามารถแจ้งสิทธิ์ได้ตั้งแต่ยืนยันการซื้อประกันกับทางตัวแทนขายทุกช่องทาง หรือแจ้งความประสงค์ด้วยตนเองได้ ที่นี่
การไม่แจ้งความประสงค์ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ จะทำให้คุณไม่สามารถ ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี สำหรับค่าเบี้ยประกันภัยที่ชำระให้กับทางบริษัทเจนเนอราลี่ได้ ตามข้อกำหนดของกรมสรรพากรค่ะ
- บริษัทเจนเนอราลี่ทำการส่งข้อมูลเบี้ยประกันภัยของคุณให้กรมสรรพากรอัตโนมัติทุกปี
- ไม่พลาดการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากการชำระเบี้ยประกันภัย
สามารถดูคู่มือการใช้งานได้ที่ คลิก
สามารถดูคู่มือการใช้งานได้ที่ คลิก
การใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ของท่านอาจไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรประกาศกำหนด เช่น ผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยไม่ได้ทำการชำระเบี้ยประกันภัยด้วยตนเอง เว้นแต่เป็นการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเนื่องจากการทำประกันภัยให้กับบุคคลอื่น ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร เช่น การทำประกันชีวิตให้กับสามีหรือภรรยาที่ไม่มีเงินได้ การทำประกันสุขภาพให้กับบิดาและ/หรือมารดาซึ่งเป็นผู้ที่มีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
ทั้งนี้ การพิจารณายกเว้นภาษีเงินได้เป็นไปตามดุลยพินิจแต่เพียงผู้เดียวของกรมสรรพากร บริษัทเป็นเพียงผู้ส่งข้อมูลของผู้เอาประกันภัยและผู้ชำระเบี้ยให้กับกรมสรรพากรตามรายการและประเภทของข้อมูลที่กรมสรรพากรกำหนดเท่านั้น
เบื้องต้นบริษัทจะตรวจสอบวันที่นำส่งข้อมูลของท่านไปที่กรมสรรพากรและแจ้งให้ท่านทราบเพื่อให้ท่านดำเนินการตรวจสอบข้อมูลต่อกรมสรรพากรเพิ่มเติมต่อไป
แต่หากท่านติดปัญหาเกี่ยวกับการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ เนื่องจากสรรพากรพื้นที่อาจแจ้งท่านว่าบริษัทประกันภัยยังไม่ส่งข้อมูลของท่านมาที่กรมสรรพากร เมื่อท่านได้รับข้อมูลจากบริษัท ขอให้ท่านติดต่อกรมสรรพากร สำนักงานใหญ่ เนื่องจากบริษัทได้ส่งข้อมูลการทำประกันผ่านระบบที่กรมสรรพากรกำหนด ซึ่งข้อมูลจะเข้าสู่ระบบของกรมสรรพากร สำนักงานใหญ่ เพื่อคัดกรองว่าผู้มีเงินได้รายใดที่เข้าเกณฑ์ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ จึงจะปรากฎข้อมูลบนฐานข้อมูลหลักของกรมสรรพากรและแสดงผลไปที่กรมสรรพากรพื้นที่ ดังนั้น หากกรมสรรพากรพื้นที่ไม่พบข้อมูลของท่าน อาจเป็นเพราะการทำประกันภัยของท่านไม่เข้าหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีเงินได้ตามที่กรมสรรพากรประกาศกำหนด
ทั้งนี้ ผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยต้องตรวจสอบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมสรรพากรสำหรับการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วยตนเอง
บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่ทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงใบเสร็จรับเงินหรือหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัยที่ออกให้ผู้เอาประกันภัยและ/หรือผู้ชำระเบี้ยเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นกรณีผู้เอาประกันภัยแจ้งให้บริษัทแก้ไขข้อมูลที่ไม่ตรงตามความจริง เช่น เจ้าของบัตรเครดิตไม่ใช่ชื่อของผู้เอาประกัน เป็นต้น หรือภายหลังจากบริษัทส่งข้อมูลให้กับกรมสรรพากรแล้ว
แต่อย่างไรก็ตามผู้เอาประกันภัยสามารถแจ้งขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลการชำระเบี้ยประกันภัยเป็นตนเอง เช่น เปลี่ยนวิธีการชำระเป็นเงินสด หรือเปลี่ยนบัตรเครดิตจากผู้ชำระเบี้ยคนอื่นเป็นตนเอง เพื่อการใช้สิทธิการยกเว้นภาษีเงินได้ในรอบปีภาษีถัดไป โดยสามารถติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1394 หรือ LINE : GeneraliThailand ภายในวันและเวลาทำการ วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 8:30 – 20:00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์
กรมธรรม์ที่ทำก่อนปี พ.ศ. 2563 สามารถเลือกได้ว่าจะแจ้ง หรือไม่แจ้งความประสงค์ผ่านบริษัทเจนเนอราลี่เพื่อนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร
หากท่านไม่แจ้ง ท่านต้องแสดงเอกสาร ให้กรมสรรพากร โดยใช้ใบเสร็จรับเงินเบี้ยประกันภัย หรือ หนังสือรับรองชำระเบี้ย