5 สัญญาณบ่งบอกว่าคุณออกกำลังกายหนักเกินไป

ขณะที่บางคนดิ้นรนเพื่อหาแรงจูงใจในการออกกำลังกาย แต่ก็มีบางคนที่พบว่า การพักผ่อนอย่างเพียงพอหลังจากออกกำลังกายนั้นเป็นเรื่องยาก ไม่ว่าจะเป็นคนคลั่งไคล้การออกกำลังกาย หรือมือสมัครเล่นต่างก็พบว่า เป็นเรื่องยากที่จะหาทางสายกลางในการออกกำลังกาย ซึ่งจะส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจ

หากเรากดดันตัวเองในการออกกำลังกายเป็นอย่างมาก จะส่งผลทางอารมณ์และทางกาย ซึ่งบ่อยครั้งเมื่อเราออกกำลังกาย เราจะออกกำลังกายหนักเกินไปและใช้กล้ามเนื้อมากเกินไป นั่นรวมถึงสมองของเราด้วยเช่นกัน (มีที่มาของสถิติที่เกี่ยวข้องหรือการสำรวจที่กล่าวถึงทัศนคติที่ไม่ดีต่อสุขภาพในการออกกำลังกายหรือไม่)

 

ในช่วงล็อกดาวน์ไม่นานมานี้ มีเพียงอินฟลูเอนเซอร์และเพื่อนๆ ที่เราติดตามในโลกโซเชียลที่สร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกาย แต่ในขณะที่เรานำพวกเขาเหล่านั้นมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง พวกเขาก็เปรียบเสมือนแรงกดดันที่ทำให้เราต้องออกกำลังกายอยู่เสมอ มีกี่คนแล้วที่พบว่าตัวเองเริ่มวิตกกังวลหรือหมดกำลังใจเมื่อได้เห็นแชทหรือโพสต์ที่ว่าเพื่อนของตัวเองนั้นวิ่งไปได้ 10 กม. แล้ว และเอาชนะสถิติเก่าของตัวเองเป็นที่เรียบร้อย

คุณจะทราบได้อย่างไรว่า ถึงเวลาที่จะต้องปรับทัศนคติในการออกกำลังกายได้แล้ว บทความนี้ได้ทำการสำรวจเกี่ยวกับสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจออกกำลังกายหนักเกินไป และวิธีค้นหาสมดุลที่เหมาะสม ที่ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งร่างกายและสุขภาพจิตของคุณ

 

  1. รู้สึกปวดเมื่อยทั้งตัว และตลอดเวลา

อาการนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคุณออกกำลังกล้ามเนื้อส่วนเดิมหรือบริเวณเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานานเกินไป อาการปวดกล้ามเนื้อเป็นเวลานานสามารถเป็นได้ทุกส่วนในร่างกาย ตั้งแต่สองสามชั่วโมง จนถึง 12 ชั่วโมงหลังการออกกำลังกาย และอาจนานถึงสองวัน ในกรณีที่คุณออกกำลังกายหนักเกินไป

หากคุณพบว่าตัวเองปวดเมื่อยไปทั้งตัวและปวดตลอดเวลา นั่นหมายความว่าคุณออกกำลังกายหนักเกินไป และกดดันร่างกายของตัวเองมากเกินไป คุณยังสามารถออกกำลังกายในขณะที่คุณยังปวดกล้ามเนื้ออยู่ได้ แต่อย่าลืมเน้นไปที่กล้ามเนื้อส่วนอื่นด้วย ตัวอย่างเช่น หากขาหรือน่องของคุณเจ็บจากการวิ่ง ให้เน้นออกกำลังที่แขนหรือสะโพกของคุณด้วยการยกน้ำหนักเบาๆ แทน

การดื่มชาเขียวสามารถช่วยแก้อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ เช่นเดียวกับการบำบัดด้วย Percussive therapy ซึ่งเป็นเทคนิคการนวดที่ยิงแรงกดไปยังเนื้อเยื่ออ่อนของคุณผ่านการสั่นหลายๆ ครั้ง หรือใช้แผ่นประคบร้อน เจลบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ตลอดจนการพักผ่อนอย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตาม หากคุณพบว่าอาการปวดเมื่อยยังไม่หายไปหลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ ทางที่ดีควรไปพบแพทย์ใกล้บ้านของคุณ เนื่องจากอาจเป็นกรณีของภาวะปวดเมื่อยกล้ามเนื้อขั้นรุนแรง ซึ่งจะมีอาการปวดร้าวลึกๆ และลุกลามเป็นวงกว้าง โดยอาจทำให้ปวดอย่างรุนแรง หรือติดเชื้อได้

 

  1. รู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา

คุณเคยรู้สึกเหนื่อยล้าเหมือนไม่สบาย แต่คุณก็รู้ว่าคุณไม่ได้ป่วยหรือไม่ การที่เหนื่อยมากๆ อาจเป็นสัญญาณว่าคุณออกกำลังกายหนักเกินไปได้

ความเหนื่อยล้าจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคุณไม่ยอมปล่อยให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเหมาะสมหลังจากออกกำลังกายอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังนั้นการพักผ่อนสำคัญมาก คุณอาจรู้สึกหมดแรงและเริ่มเสียสมาธิ ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณกำลังวิ่งอยู่บนถนนหรือกำลังปั่นจักรยานอยู่

ในตอนที่ออกกำลังกายหนักๆ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีเวลาพักผ่อนเพียงพอ และควรกินอาหารอย่างเหมาะสมก่อนออกกำลังกาย การออกกำลังกายทำให้ปริมาณคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันที่สำรองไว้ในร่างกายหมดไป ดังนั้นหากคุณไม่เติมพลังงานด้วยอาหารที่มีประโยชน์ หรืออาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนสูง ร่างกายของคุณจะเริ่มเหนื่อยล้าเนื่องจากการหมดแรง

 

  1. หยุดเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นไม่ได้

เราอาศัยอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยหน้าจอ โซเชียลมีเดีย และอุปกรณ์ที่ทำให้เราใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ยิ่งสำหรับการออกกำลังกายแล้วก็เปรียบเสมือนดาบสองคม แอปติดตามมีประโยชน์ในการติดตามการออกกำลังกายของคุณ แต่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตได้ หากคุณเอาการออกกำลังกายของตัวเองไปเปรียบเทียบกับเพื่อนบ่อยๆ (อัปเดตจากสถิติที่มาว่าการใช้งานแอปติดตามเพิ่มขึ้นอย่างไรในช่วง 12/18 เดือนที่ผ่านมา)

หากการแชทหรือโพสต์ในแอปพลิเคชันทำให้คุณวิตกกังวลและผิดหวัง เพราะคุณออกกำลังกายได้ไม่เร็วเท่ากับเพื่อนของตัวเอง คุณต้องถอยออกมาก่อน การออกกำลังกายของคุณนั้นไม่ใช่การแสดงให้ใครดู แต่เป็นเรื่องของคุณและคุณคนเดียว ซึ่งความรู้สึกนั้นจะเกิดขึ้นหากคุณออกกำลังกายไปเพื่อแสดงให้คนอื่นรับรู้เท่านั้น เพียงเพราะคุณไม่ได้โพสต์ข้อความออนไลน์ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่คุณทำไปไม่ได้เกิดขึ้น

คุณจำเป็นต้องหยุดพักก่อน หากคุณพบว่าตัวเองออกกำลังกายไปเพียงแค่เพื่ออัปลงโซเชียลมีเดีย ครั้งต่อไปที่คุณไปวิ่ง ลองถามตัวเองว่าคุณจำเป็นต้องโพสต์ภาพนั้นให้คนอื่นเห็นไหม ควรวางโทรศัพท์ไว้ที่บ้านหรือปิดการแจ้งเตือน มันไม่คุ้มกับผลเสียที่มีต่อสุขภาพเพียงแค่ “ไลค์” ไม่กี่ครั้งหรอก

 

  1. เริ่มมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการออกกำลังกายของตัวเอง

บางครั้งการฝึกหนักเกินไปอาจส่งผลต่อระดับฮอร์โมนความเครียดและทำให้คุณหงุดหงิด หรือรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับการออกกำลังกายได้ ซึ่งอาจหมายความว่าคุณจะไม่ยอมให้รางวัลกับตัวเองสำหรับการออกกำลังกาย

การเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนนี้อาจนำไปสู่อาการกระสับกระส่ายและขาดสมาธิ ซึ่งหมายความว่าคุณไม่ได้ทุ่มเทแรงทั้งหมดไปกับการออกกำลังกาย ทำให้คุณรู้สึกไม่พอใจในการออกกำลังกาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณออกกำลังกายได้ไม่ดี

อย่าลืมหาวันหยุดพักผ่อนให้ตัวเอง วันที่คุณมีสมาธิจดจ่ออยู่กับตัวเอง เริ่มเรียนรู้วิธีชมตัวเองแม้เวลาออกไปเดินเล่นหรือวิ่งเหยาะๆ การออกกำลังกายควรมีความสุข และเมื่อคุณเริ่มไม่พอใจกับการออกกำลังกาย ก็ถึงเวลาให้ตัวเองได้พักบ้าง

 

  1. รู้สึกไม่อยากออกกำลังกายอีกต่อไป

การออกกำลังกายหนักเกินไปอาจทำให้สูญเสียทั้งแรงจูงใจและความกระตือรือร้นไปโดยสิ้นเชิง การที่คุณกังวลเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของตัวเอง อาจส่งผลให้ระดับฮอร์โมนของคุณลดลง และทำให้คุณรู้สึกเซ็งเล็กน้อยเกี่ยวกับการออกกำลังกาย

ร่างกายของคุณอาจจะอ่อนล้าทั้งทางกายและใจจากการฝึกที่หนักเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุให้ความเพลิดเพลินในการทำกิจกรรมที่คุณเคยรักลดน้อยลง ลองเปลี่ยนแปลงการออกกำลังกายให้เป็นเชิงบวก หรือเพิ่มโอกาสในการออกกำลังกายในที่อื่นๆ ในแต่ละวัน ลองวิ่ง เดิน หรือปั่นจักรยานไปร้านกาแฟที่คุณชอบ หรือไปในที่ใหม่ๆ ทำให้มันเป็นสิ่งที่น่าสนใจและตั้งตารอคอย

และถ้าหากทำไปแล้วยังไม่ได้ผล การทำกิจกรรมใหม่ๆ อาจเป็นเรื่องคุ้มค่าที่จะลอง จะว่ายน้ำหรือปีนหน้าผาก็ย่อมได้ คุณสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่คุณต้องการ และการออกกำลังกายควรเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่ใช่และสนุกที่สุดสำหรับคุณ

อย่าลืมว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องของคุณคนเดียว เป็นเรื่องของคุณ ไม่ใช่เรื่องของใครอื่น การออกกำลังกายเป็นรูปแบบหนึ่งของการหลบจากโลกของความเป็นจริง และอาจเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสุขภาพทางกายและจิตใจเมื่อทำมันถูกต้อง (มีที่มาของสถิติเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างการออกกำลังกายกับ MH ไหม)

มันไม่ได้แปลว่าคุณเป็นคนอ่อนแอหากคุณอยากจะพักผ่อน หรือปฏิเสธและงดเล่นโซเชียลมีเดีย รวมถึงแอปติดตาม คุณรู้จักร่างกายของคุณดีกว่าใคร ดังนั้นจงทำดีกับตัวเองและหาทางสายกลางของตัวเองให้เจอเมื่อต้องออกกำลังกาย แล้วคุณจะรู้สึกขอบคุณตัวเอง

บทความอื่นที่น่าสนใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ หากคุณใช้เว็บไซต์ต่อ ถือว่าคุณยอมรับการใช้คุกกี้และ นโยบายคุกกี้ คลิก ตั้งค่า เพื่อตั้งค่าคุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาความปลอดภัยและการบริหารจัดการเครือข่าย เป็นต้น เพื่อให้คุณสามารถเข้าชมและใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ หากไม่มีคุกกี้นี้เว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสม คุณไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้นี้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของผู้เข้าชม เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าคุณปิดการใช้งานคุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูล เช่น เว็บไซต์หรือเนื้อหาที่คุณเยี่ยมชม เป็นต้น เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ความเหมาะสมและตรงกับความสนใจของคุณ ถ้าคุณปิดการใช้งานคุกกี้นี้ คุณจะยังเห็นเนื้อหาและโฆษณาทั่วไป ซึ่งมีเนื้อหาและโฆษณาที่ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

  • คุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยจดจำการกรอกข้อมูล เช่น สมัครงาน สนใจผลิตภัณฑ์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้เว็บไซต์ ถ้าคุณปิดการใช้งานคุกกี้นี้ คุณอาจใช้งานเว็บไซต์ได้ไม่สะดวกและไม่เต็มประสิทธิภาพ

บันทึก