ทำไม ‘การเขียนบันทึกประจำวัน’ จึงทั้งดีต่อใจและดีต่อสุขภาพ

รู้หรือไม่ว่าการเขียนบันทึกประจำวันทำให้สุขภาพกายและใจของคุณดีขึ้นได้ เรามาดูกันว่าคุณจะได้รับความสุขจากการเขียนบันทึกประจำวันได้อย่างไร

มนุษย์เราเขียนบันทึกเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตและโลกรอบตัวของตัวเองมาเป็นเวลาหลายศตวรรษแล้ว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การจดบันทึกเหตุการณ์อย่างเป็นประจำ ถือได้ว่าเป็นวิธีการที่สำคัญสำหรับสุขภาพอีกด้วย ตั้งแต่การจัดการความเครียดและการพัฒนาความตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness) ไปจนถึงการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และทักษะการแก้ปัญหา ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งได้เปิดเผยว่าการเขียนบันทึกประจำวันหรือการเขียน ‘Expressive Writing’ (การเขียนเล่าความรู้สึกของตัวเอง) มีความเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ด้านสุขภาพจิตเชิงบวกจำนวนมาก

5 วิธีการเขียนบันทึกประจำวันที่จะช่วยให้สุขภาวะของคุณนั้นดีขึ้น

ส่งเสริมสุขภาวะในเชิงบวก

การเขียนบันทึกเรื่องราวด้านบวกในแต่ละวันสามารถนำไปสู่สุขภาวะในเชิงบวกได้ การเขียนบันทึกดังกล่าวช่วยควบคุมอารมณ์และจัดการกับความเครียดได้ โดยการพัฒนาความยืดหยุ่นทางจิตใจ ซึ่งหมายความว่าจะช่วยทำให้คุณจัดการกับการตอบสนองของตัวเองต่อสถานการณ์ที่ตึงเครียดได้

พัฒนาสุขภาพให้ดีขึ้น

การเขียนบันทึกด้วยความคิดเชิงบวก ส่งผลดีต่อสุขภาพได้ ผลการศึกษาจำนวนหนึ่งที่ศึกษาโดย Anindita Ghosh และ Amrita Deb จากสถาบัน IIT Bhilai ชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่มีความคิดในเชิงบวกมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้

พัฒนาความทรงจำให้ดีขึ้น

การเขียนด้วยมือสามารถพัฒนาการเรียนรู้และความจำให้ดีขึ้นได้ เมื่อเทียบกับการกดแป้นพิมพ์ ผลการศึกษาพบว่าทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สมองของทั้งสองช่วงอายุนั้นจะทำงานได้ดีกว่าในขณะที่เขียนด้วยมือ และดีกว่าการทำงานในแบบเดียวกันบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการเรียนรู้

เราต่างก็อยากมีไอเดียที่สดใหม่และวิธีการแก้ไขปัญหาที่สร้างสรรค์สำหรับปัญหาในชีวิตจริง มีการสำรวจหนึ่งชี้ให้เห็นว่า 97% ของครูเชื่อว่าการเขียนบนกระดานมีความสำคัญต่อความคิดสร้างสรรค์ การมีส่วนร่วม และการเรียนรู้ของเด็ก

พัฒนาความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น

การบันทึกความรู้สึกเจ็บปวดโดยการเขียนสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นและช่วยให้มีกรอบความคิดในเรื่องต่างๆ อย่างมีเหตุผลมากขึ้น กระบวนการคิดและการเขียนสามารถช่วยทำให้เราค้นพบวิธีการเอาชนะความกังวลและจัดการกับความรู้สึกด้านลบได้

เปลี่ยนการประมวลผล

เมื่อใดที่คุณรู้สึกว่าตัวเองมีความคิดฟุ้งซ่าน การเขียนบันทึกจะทำให้กระบวนการคิดของคุณคล่องแคล่วมากขึ้น ลองจดสิ่งต่างๆ ที่วนเวียนอยู่ในหัว แล้วคุณจะเริ่มจัดลำดับความสำคัญของปัญหาที่คุณอาจเผชิญได้ รวมถึงสำรวจความรู้สึกของตัวเองได้อย่างดีขึ้นด้วยเช่นกัน

เริ่มต้นการเขียนบันทึกประจำวันด้วย 5 ขั้นตอนง่ายๆ

1.เลือกรูปแบบการเขียนบันทึกประจำวัน

มีรูปแบบการเขียนบันทึกประจำวันมากมายให้เลือกสรร ฉะนั้นลองเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับตัวคุณที่สุด ใช้สมุดบันทึกหรือใช้เทคโนโลยีอย่างบริการเขียนบันทึกประจำวันออนไลน์ คุณยังสามารถเขียนในโปรแกรม Word ที่บันทึกไว้ในโน้ตบุ๊คของคุณได้ หรือเผยแพร่ต่อสาธารณะโดยการใช้แพลตฟอร์มสำหรับการเขียนบล็อก เช่น WordPress

2.เขียนบันทึกทุกวัน

ทำให้การเขียนบันทึกประจำวันติดเป็นนิสัย โดยแบ่งเวลา 20 นาทีต่อวันเพื่อเขียนบันทึก การเขียนบันทึกดังกล่าวอาจจะเป็นสิ่งแรกที่ทำในตอนเช้าหรือก่อนคุณเข้านอน หรือเมื่อใดก็ตามที่คุณประสบพบเจอกับบางสิ่งที่อยากจะบันทึกไว้ เก็บสมุดบันทึกประจำวันไว้กับตัวตลอดเวลา จะทำให้การเขียนบันทึกนั้นสะดวกสบายและง่ายดายยิ่งขึ้น

3.ลองเขียนหลายหัวข้อ

เขียนเกี่ยวกับบทสนทนาที่คุณได้คุยไป หรือเขียนเกี่ยวกับการตัดสินใจที่คุณรู้สึกว่ายากที่จะตัดสินใจ หรือเขียนเกี่ยวกับช่วงเวลาในวัยเด็กของคุณเอง การเขียนบันทึกเป็นการพัฒนาตนเอง ดังนั้นลองสำรวจว่าตัวเองตอบสนองต่อเหตุการณ์ในปัจจุบันอย่างไร และอย่ากลัวที่จะจดจำและไตร่ตรองถึงเรื่องราวในอดีต

4.เขียนอะไรที่เกี่ยวกับตัวเรา

รูปภาพใช้แทนคำได้นับพันคำ การวาดภาพคร่าวๆ เพื่อสรุปอารมณ์ของคุณในแต่ละวันอย่างรวดเร็วจึงช่วยบอกเล่าความรู้สึกของคุณได้ การเพิ่มของที่ระลึก เช่น ตั๋วหนังหรือบันทึกสั้นๆ จากเพื่อน หรือใส่ลิงก์เชื่อมโยงไปที่บทกวีหรือบทความออนไลน์ ลงไปในบันทึกก็ช่วยให้คุณเขียนบันทึกและช่วยให้คุณจดจำความรู้สึกที่มีต่อเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งได้

5.จงจำไว้ว่าไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ 

จะเขียนอะไรก็ได้ที่คุณรู้สึกดี บันทึกประจำวันของคุณไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามแบบแผนใดๆ ดังนั้นพยายามอย่าปล่อยให้สิ่งใดมาขัดขวางคุณ ให้ถือว่านี่เป็นพื้นที่พิเศษของคุณเอง ซึ่งรวมไปถึงความกังวลเกี่ยวกับการสะกดคำด้วยเช่นกัน

บทความอื่นที่น่าสนใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ หากคุณใช้เว็บไซต์ต่อ ถือว่าคุณยอมรับการใช้คุกกี้และ นโยบายคุกกี้ คลิก ตั้งค่า เพื่อตั้งค่าคุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาความปลอดภัยและการบริหารจัดการเครือข่าย เป็นต้น เพื่อให้คุณสามารถเข้าชมและใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ หากไม่มีคุกกี้นี้เว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสม คุณไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้นี้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของผู้เข้าชม เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าคุณปิดการใช้งานคุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูล เช่น เว็บไซต์หรือเนื้อหาที่คุณเยี่ยมชม เป็นต้น เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ความเหมาะสมและตรงกับความสนใจของคุณ ถ้าคุณปิดการใช้งานคุกกี้นี้ คุณจะยังเห็นเนื้อหาและโฆษณาทั่วไป ซึ่งมีเนื้อหาและโฆษณาที่ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

  • คุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยจดจำการกรอกข้อมูล เช่น สมัครงาน สนใจผลิตภัณฑ์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้เว็บไซต์ ถ้าคุณปิดการใช้งานคุกกี้นี้ คุณอาจใช้งานเว็บไซต์ได้ไม่สะดวกและไม่เต็มประสิทธิภาพ

บันทึก