ป้องกันข้อมูลส่วนตัวอย่างไรให้ปลอดภัย (2min read)

การใช้เทคโนโลยีการสื่อสารผ่านดิจิตอลช่วยให้ชีวิตเราทั้งง่ายขึ้นและจัดการกับเรื่องต่างๆ ได้ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการติดต่อสื่อสารผ่านช่องทางดิจิตอลก็ทำให้บุคคลอื่นๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเราได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องขอบคุณที่ปัจจุบันมีวิธีการพื้นฐานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นในการจัดเก็บข้อมูลของเราให้ปลอดภัย และนี่คือวิธีการง่ายๆ แต่ได้ประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวทั้งในโลกออนไลน์ และออฟไลน์

จัดการความปลอดภัยผ่านระบบออนไลน์

อินเตอร์เน็ตได้เปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตประจำวันของเราไปมาก โดยเฉพาะในทางที่ดีขึ้น แต่ก็ทำให้เราสูญเสียความเป็นส่วนตัวไปบ้างในขณะเดียวกันจากการที่เราเข้าไปท่องโลกในเว็บไซต์ต่างๆ เพราะกิจกรรมเหล่านั้นสามารถทำให้เจ้าของเว็บไซต์หรือระบบหลังบ้านสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของเราได้ นั่นหมายความว่าหากข้อมูลของเราตกไปอยู่ในมือของผู้ที่ไม่ประสงค์ดีก็อาจจะทำให้ข้อมูลของเราไม่ปลอดภัย นี่คือวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

หมั่น Back Up ข้อมูล

หนึ่งในวิธีการเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวแบบง่ายๆ ที่มักจะถูกมองข้ามคือ การทำ back up ข้อมูลไว้นอกอุปกรณ์สื่อสารที่คุณใช้เป็นประจำเพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูลในกรณีที่คุณทำอุปกรณ์สื่อสารของคุณหายไป วิธีการง่ายๆ คือ back up ข้อมูลไว้ใน hard drive

ป้องกันระบบการเชื่อมต่อกับสัญญาณ Wifi

การเชื่อมต่อสัญญาณ Wifi นอกพื้นที่บ้านหรือที่ทำงานของคุณกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่ต้องระวังว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้แฮคเกอร์สามารถขโมยข้อมูลของคุณได้ เพราะฉะนั้นคุณจะต้องมั่นใจว่าพาสเวิร์ตส่วนตัวต่างๆ ของคุณซับซ้อนและปลอดภัยมากพอที่จะใช้งานในที่สาธารณะได้แบบไร้กังวล และควรจะตระหนักไว้เสมอว่าการใช้ Wifi สาธารณะในการเข้าเว็บไซต์ต่างๆ ต้องเริ่มต้นด้วย HTTPS ไม่ใช่ HTTP เพราะมันจะปลอดภัยมากกว่า

ติดตั้งระบบจัดการตรวจสอบไวรัส

มัลแวร์ หรือโปรแกรมที่ไม่พึงประสงค์ รวมไปถึงเข้าไวรัสเป็นสิ่งที่ต้องระแวดระวังมากที่สุดในการใช้คอมพิวเตอร์ วิธีการจัดการที่ดีที่สุดคือคุณควรจะต้องติดตั้งซอฟแวร์ที่ช่วยสแกนเพื่อค้นหาไวรัสและจัดการกับมันได้อย่างทันท่วงที่ โปรแกรมที่เป็นที่รู้จักกันดีอาทิเช่น Norton และ McAfee.

เปลี่ยนพาสเวิร์ตเป็นประจำ

พาสเวิร์ตของคุณควรจะประกอบไปด้วยตัวอักษรและตัวเลขอย่างน้อย 15 ตัว รวมไปถึงการที่คุณควรจะต้องเปลี่ยนพาสเวิร์ตเป็นประจำ ที่สำคัญอย่าบันทึกพาสเวิร์ตของคุณไว้ในอุปกรณ์สื่อสาร หรือจดมันไว้ในที่ๆ หาง่ายจนเกินไป

ระวังการใช้อีเมล์

เหล่าแฮคเกอร์ทั้งหลายมักจะใช้วิธีการขโมยข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ผ่านทางอีเมล์ เพราะฉะนั้นคุณจะต้องระวังการเปิดอีเมล์จากคนแปลกหน้าหรือจากแหล่งที่มาที่คุณไม่รู้จัก หากคุณสงสัยในความไม่ปลอดภัยในการใช้งานของอีเมล์ควรจะแจ้งกับบริษัทแม่ของอีเมล์ที่คุณใช้อยู่โดยตรง

คอยระวังสอดส่องดูไวรัส

มีสัญญาณบ่งบอกมากมายว่าคอมพิวเตอร์ของคุณอาจจะติดไวรัส เช่น หน้าต่าง Pop Ups ที่มักจะเด้งขึ้นมา หรือการที่เครื่องของคุณเปิดตัวช้า หรือทำงานช้าลงกว่าเดิม มีข้อความแปลกๆ เข้ามา หรือการบ่งบอกว่า hard drive ของคุณทำงานหนักกว่าปกติ รวมไปถึงบางครั้งมันอาจจะทำให้ไฟล์ของคุณหายไปโดยที่ความจุในคอมพิวเตอร์ลดลง

อย่าเปิดเผยข้อมูลบนโซเชียลมีเดียมากเกินไป

แนะนำว่าอย่าเข้าใช้บัญชีโซเชียลมีเดียของคุณในอุปกรณ์สื่อสารจำนวนหลายเครื่อง และในการใช้โซเชียลมีเดียควรจะต้องมีการระวังในเรื่องของการแชร์ข้อมูลส่วนตัวให้มากไม่ควรใส่รายละเอียดมาเกินไป ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด ที่อยู่ หรือเบอร์โทรศัพท์

จัดการความปลอดภัยด้วยวิธีออฟไลน์

การดูแลความปลอดภัยเรื่องข้อมูลส่วนตัวที่ไม่ได้อยู่ในโลกดิจิตอลก็มักเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามเช่นกัน ทั้งๆ ที่อันที่จริงแล้วรายละเอียดสำคัญที่อยู่ในกระดาษก็เป็นข้อมูลชั้นดีในการเข้าถึงความเป็นส่วนตัวได้ไม่แพ้ข้อมูลในโลกออนไลน์เช่นกัน นี่คือวิธีการจัดการความเป็นส่วนตัวให้ปลอดภัยในโลกออฟไลน์

เก็บสำเนาเอกสารสำคัญ

สำหรับเอกสารสำคัญ คุณควรจะต้องสแกนเก็บไว้ด้วยเพื่อให้แน่ใจว่าคุณมีทั้งตัวที่เป็นเอกสารตัวจริงและตัวสำรองเก็บอยู่

ปิดเครื่องทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน

ทุกครั้งที่คุณใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ เสร็จ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง มือถือ คอมพิวเตอร์ หรือแม้กระทั่งกล้องที่ติดกับคอมพิวเตอร์ของคุณ ก็ควรจะต้องปิดทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน รวมเป็นถึงการเชื่อมต่อบลูทูธ เพราะการเปิดสิ่งเหล่านี้ทิ้งไว้จะกลายเป็นช่องทางที่ทำให้ข้อมูลส่วนตัวของเราถูกขโมยได้ง่าย

เปลี่ยนพาสเวิร์ตเป็นประจำในทุกอุปกรณ์ที่จำเป็น

การเปลี่ยนพาสเวิร์ตสม่ำเสมอเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากทั้งการใช้งานออนไลน์บนโลกโซเชียลและการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ แบบออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็นพาสเวิร์ตสำหรับการทำธุรกรรมธนาคาร ตู้เซฟ กุญแจสำหรับตู้นิรภัยต่างๆ

ใช้ระบบล๊อคบ้านแบบ Smart Home

การใช้กุญแจล๊อคแบบเดิมๆ บางครั้งอาจจะทำให้สามารถงัดแงะได้ง่าย หากคุณยังใช้วิธีการล๊อคบ้านแบบเดิมๆ อาจจะลองดูวิธีการล๊อคบ้านแบบใหม่ด้วยระบบสมาร์ทล๊อคที่มีระบบความปลอดภัยมากขึ้น เช่น การใช้ระบบลายนิ้วมือ หรือการใช้ระบบรหัสตัวเลขในการเปิดล๊อคเพื่อเข้าบ้าน

ทำลายเอกสารสำคัญทุกครั้ง

อย่าทิ้งเอกสารสำคัญที่มีข้อมูลส่วนตัวลงในถังขยะ เพราะมันอาจจะทำให้คนอื่นที่เจอสามารถนำข้อมูลส่วนตัวของคุณไปใช้ได้ คุณควรจะทำลายมันทุกครั้งก่อนทิ้ง

บัตรเครดิตใบเก่าต้องตัดทิ้ง

การปลอมแปลงเอกสารข้อมูลคือหนึ่งปัญหาใหญ่ เพราะฉะนั้นบนบัตรเครดิตที่ไม่ใช่แล้วจำเป็นจะต้องหักหรือตัดทิ้ง เพื่อป้องกันการขโมยข้อมูลที่อยู่บนหน้าบัตร

ล๊อคตู้เก็บเอกสาร

สำหรับหลายๆ คนที่เก็บเอกสารสำคัญไว้ในตู้ คุณจะต้องแน่ใจว่าคุณเก็บรักษามันไว้เป็นอย่างดี และมีการล๊อคไว้เพื่อป้องกันอันตรายจากพวกหัวขโมย

ท้ายที่สุด การพกสิ่งสำคัญหรือของมีค่าติดตัวไปแต่พอดีคือสิ่งที่พึงปฏิบัติเป็นประจำ รวมไปถึงจำนวนเครดิตการ์ดในกระเป๋าตังค์ของคุณ หากพอมีเวลาคุณควรจะลองจัดการกับกระเป๋าตังค์ของคุณเพื่อดูจำนวนของบัตรที่คุณควรจะพกติดตัวจริงๆ

Related Content

We use cookies to enhance your site experience. by continuing to browse, you agree to our use of cookies & Cookies Policy  Click Settings to manage.

Privacy Preferences

You can set up your cookies preference by clicking the available sliders to ‘On’ or ‘Off’, except only Necessary cookies. Then, click “Save Preference”.

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Necessary cookies
    Always Active

    These cookies are necessary for the website to function and cannot be disabled. We use necessary cookies to enable core functionality such as security and network management, and, to allow you to browse the website normally. Without this cookies, the website would not be able to work properly.
    Cookies Details

  • Analytics cookies

    These cookies are used to collect information about how visitors use our website. We use the information to measure and improve the performance of our website. If you disable these cookies, we will not be able to use the information for improving our website.

  • Advertising Cookies

    These cookies are used to collect information about your activities (ex. sites or contents you’ve visited) to analyze and display content or advertisement that are relevant to your interests. If you disable these cookies, you will still see generic advertisement on your browser (not targeted content or advertisement).

  • Functional cookies

    These cookies enable the website to remember the information that you’ve pre-filled on the website (i.e. join our team or leave your contact for your interest in our product). The intention is to allow you to use the website more convenient. If you disable these cookies, then some or all of these services may not function properly.

Save