หน้าแรก > ข่าวและบทความ > การวางแผนเกษียณในยุคสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง
การตัดสินใจว่าจะใช้เงินเกษียณของอย่างไรดี ไม่ได้แค่ใช้ใจเลือกเท่านั้น
แต่ต้องเป็นการพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในยุคที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรุนแรงขึ้นทุกปี
เมื่อถึงช่วงใกล้เกษียณ ลูกๆต่างโตเป็นผู้ใหญ่และแยกย้ายไปใช้ชีวิตของตัวเอง
กิจวัตรประจำวันก็ไม่ยุ่งเหมือนเมื่อก่อน หลายๆ คนจึงมักเริ่มทบทวนว่าจะใช้เวลาในช่วงเวลาที่เหลืออย่างไรดี บางคนอาจอยากย้ายบ้านไปพักริมทะเล ภูเขาหรือชานเมือง หรือแม้แต่ย้ายเมือง หรือย้ายไปในสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณชอบเดินทางไปพักผ่อน แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ใช้เวลาที่นั่นนานๆ เพราะอาจจะยังต้องทำงานอยู่ เมื่อภาระหลายอย่างหมดไป คุณจึงมีอิสระที่สามารถเลือกย้ายที่อยู่ได้อย่างที่ต้องการ แต่การเลือกที่พักปัจจุบัน ไม่ได้เป็นแค่การเลือกเพียงแค่ทิวทัศน์ที่สวยงาม หรือค่าครองชีพเท่านั้น แต่สภาพอากาศของพื้นที่ที่จะย้านไปอยู่ก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญต่อการใช้ชีวิตของคุณอย่างแท้จริง
นี่คือความจริงที่เริ่มส่งผลต่อชีวิตประจำวันของเรา
คลื่นความร้อนที่เป็นสถิติใหม่ที่เกิดขึ้นทั่วโลก รวมทั้งพายุและอุทกภัยที่ร้ายแรงขึ้นเรื่อย ๆ สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศที่ไม่ได้ไกลตัวอีกต่อไป หลาย ๆ คนมองว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง และเป็นเรื่องใกล้ตัวที่มีผลในชีวิตประจำวันของเราในทุกพื้นที่ทั่วโลก และสิ่งนี้มีผลกระทบอย่างยิ่งกับกลุ่มคนที่เปราะบาง โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ระหว่างปี 2000 และ 2019 มีการเสียชีวิตเนื่องจากคลื่นความร้อนเฉลี่ยถึง 489,000 คน ในทุก ๆ ปีทั่วโลก เฉพาะในยุโรป คลื่นความร้อนทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 60,000 ราย ในปี 2022 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในปี 2050 ที่ประมาณ 120,000 รายต่อปี ในปี 2023 คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนประมาณ 48,000 ราย ซึ่งตอกย้ำว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่อง “ไกลตัว” อีกต่อไป แต่คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริงทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบดูแลสุขภาพและโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่สุ่มเสี่ยงเป็นพิเศษ
ข้อมูลจากปีก่อนหน้ายิ่งพิสูจน์ข้อสรุปนี้ได้เป็นอย่างดี โดยรายงานจาก State of Global Water Resources โดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกในปี 2024 ระบุว่า โลกร้อนและแห้งแล้งมากกว่าเดิมแตกต่างกันไปตามพื้นที่ โดยในบางภูมิภาคพบภัยแล้งรุนแรง ในขณะที่บางพื้นที่มีอุทกภัยใหญ่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายครั้ง

หลายๆเมืองเริ่มเตรียมความพร้อมกับสถานการณ์
เราจะหาข้อมูลและแนวทางในการปกป้องตนเองจากสภาวะอากาศที่อันตรายและคาดเดาไม่ได้เหล่านี้ได้อย่างไร? โดยหลาย ๆ เมืองเริ่มมีการเตรียมการที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น การประเมินแนวทางการพัฒนาพื้นที่เมือง ไปจนถึงการกำหนดแผนบูรณาการเพื่อประสานส่วนบริการรองรับด้านสาธารณะสุขที่ดีขึ้น การวางแผนเพื่อให้สอดรับกับสภาพอากาศได้ดีขึ้น รวมถึงการพัฒนาด้านเทคโนโลยี UN-Habitat World Cities Report 2024 ระบุว่า ในทศวรรษข้างหน้า ประชากรในเขตเมืองอาจมีจำนวน “นับพันล้านคน” ที่ต้องเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฝนที่ตกหนักเป็นช่วง ๆ รวมถึงภัยแล้งที่ยาวนานขึ้นเมืองต่าง ๆ มีบทบาทสำคัญที่จะต้องเตรียมพร้อมกับสถานการณ์เหล่านี้ เนื่องจากพื้นที่เมืองเป็นพื้นที่ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นอย่างมาก เมืองจึงเปรียบเสมือน “ห้องทดลอง” ที่ต้องคิดค้นและทดสอบแนวทางใหม่ ๆ เพื่อลดความเสี่ยง จัดการผลกระทบ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยขึ้นสำหรับประชาชนในอนาคตพื้นที่เหล่านี้จึงเป็นเหมือนกับห้องทดลองในการพัฒนามาตรการที่ชัดเจนในการปรับลดหรือจัดการผลกระทบจากสภาพอากาศที่อาจเกิดขึ้น
หลายเมืองทั่วโลกได้เริ่มนำแนวทางต่าง ๆ มาใช้เพื่อลดผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรง เช่น แนวทางในการลดผลกระทบจากสภาพอากาศที่นำไปใช้กันอย่างแพร่หลาย กรณีหนึ่งคือการกำหนดบทบาทที่ชัดเจนในการประสานงานเกี่ยวกับคลื่นความร้อนรุนแรง เช่น เจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องคลื่นความร้อน ผู้ทำหน้าที่เชื่อมโยงประสานงานกับสถาบันต่าง ๆ และภาคประชาชน ในการบูรณาการความเสี่ยงจากคลื่นความร้อนให้เข้ากับการตัดสินใจและวางแผนต่าง ๆ แต่มีเพียงไม่กี่เมืองทั่วโลกที่เลือกใช้วิธีนี้ในปัจจุบัน เช่น เอเธนส์ ลอสแอนเจลลิส ไมอามี่เดด และเมลเบิร์น
แนวทางอีกประเภทหนึ่งมุ่งเน้นไปที่ วัสดุและเทคโนโลยี เพื่อลดการสะสมความร้อนในเขตเมือง เช่น การเลือกใช้พื้นผิวสะท้อนแสง ทางคนเดินที่มีระบบระบายน้ำและหลังคาหรือวัสดุหุ้มอาคาร ที่ช่วยลดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ แนวทางเหล่านี้ผสานกับการสร้างพื้นที่สีเขียวและพื้นที่ที่เป็นร่มเงาจะช่วยในการลดความร้อนและทำให้เกิดความผ่อนคลาย และช่วยปกป้องกลุ่มประชากรที่เปราะบาง
การวางแผนการจัดการในพื้นที่เมืองมีความสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในยุคที่สภาพอากาศแปรปรวนมากขึ้น ซึ่งครอบคลุมทั้งการออกแบบเส้นทาง จัตุรัสในเมือง และพื้นที่โดยรอบให้มีสภาพตามธรรมชาติที่ระบายอากาศได้ดี ดินสามารถดูดซับน้ำได้ดี และมีการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนเป็นสำคัญ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของภูมิทัศน์ แต่เป็นการสร้างเมืองที่มีความยืดหยุ่น สามารถทนต่อคลื่นความร้อน ภาวะแล้ง และพายุฝนฉับพลัน โดยไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน

ต่อสู้กับภัยธรรมชาติ…ด้วยธรรมชาติ
หนึ่งในเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการรับมือกับสภาพอากาศที่รุนแรง คือโครงสร้างพื้นฐานด้านต้นไม้และน้ำ โดยเป็นการประสานธรรมชาติเข้าไปในการออกแบบ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการรองรับสถานการณ์เลวร้ายภายในพื้นที่ โครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับต้นไม้ ครอบคลุมทั้งพื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่กึ่งธรรมชาติเช่น สวนสาธารณะ ป่าในเมือง สวนแนวตั้ง และสวนบนดาดฟ้า รวมไปถึง “แนวระเบียบสีเขียว” ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่เปิดโล่งเข้าด้วยกัน แนวทางเหล่านี้ช่วยลดอุณหภูมิในพื้นที่ ปรับปรุงคุณภาพอากาศ และทำให้เกิดร่มเงาและพื้นที่ที่ดีต่อสุขภาพ ในอีกด้านหนึ่ง
โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำครอบคลุมการดำเนินการและระบบการทำงานทั้งหมดเกี่ยวกับการจัดการน้ำ เช่น พื้นที่กักเก็บน้ำฝน การกู้คืนเส้นทางน้ำ โครงการส่งเสริมพื้นที่ชุ่มน้ำ และระบบระบายน้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยรวมแล้วโครงสร้างพื้นฐานจากต้นไม้และน้ำนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอุทกภัยและการเซาะกร่อนของหน้าดิน แต่ยังช่วยในการกักเก็บและจัดการน้ำฝน เพื่อลดผลกระทบจากภัยแล้งและอุทกภัยเฉียบพลัน
มุมมองของคนไทย: การเลือกสถานที่พักอาศัยในยุคที่ “คุณภาพอากาศ” กลายเป็นปัจจัยสำคัญ
สำหรับประเทศไทย การปรับตัวตามสภาพอากาศเป็นประเด็นที่ถูกกล่าวถึง ไม่เฉพาะในประเด็นจากความร้อนหรืออุทกภัยเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงปัจจัยที่มีผลโดยตรงต่อสุขภาพ ซึ่งก็คือคุณภาพอากาศด้วย สำหรับหลาย ๆ คนที่กำลังจะเกษียณอายุ การเลือกที่อยู่อาศัยในช่วงท้ายของชีวิตจึงต้องมองให้รอบด้านมากขึ้นทั้งการประเมินมลพิษที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล ร่วมกับปัจจัยทั่ว ๆ ไป เช่น ความห่างไกลจากบ้าน คนในครอบครัว สถานพยาบาล หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ
มลพิษในอากาศกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยกดดันด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนที่สุดในประเทศนี้ ตามข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ (PCD, 2024-2025) ระบุว่าความหนาแน่นของฝุ่นละออง โดยเฉพาะ PM2.5 มักเกินค่ามาตรฐานความปลอดภัยโดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลที่จังหวัดทางภาคเหนืออย่าง เชียงใหม่หรือเชียงราย ที่มีการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร ในขณะที่ความหนาแน่นในเขตเมือง ก็มีส่วนต่อระดับมลพิษที่พุ่งขึ้นสูงในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้น นั่นคือไม่ว่าจะในเมืองหรือในชานเมืองก็ไม่มีที่ดี “ที่ปลอดภัยไปกว่ากัน” สภาพแวดล้อมในแต่ละช่วงฤดูกาล พื้ นที่และนโยบายในท้องถิ่นล้วนมีลักษณะแตกต่างกันไป
สำหรับคนที่กำลังวางแผนเกษียณ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญ กระทรวงสาธารณสุขของไทย (2024) มีการเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ระหว่างการสูดมลพิษในอากาศเป็นเวลานานที่เชื่อมโยงกับความเสี่ยงจากโรคหลอดเลือดหัวใจหรือระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ค่าอายุเฉลี่ยของคนที่มากขึ้นทำให้หลาย ๆ คนใช้ชีวิตได้ยาวนานขึ้น คุณภาพของสิ่งแวดล้อมจึงมีผลต่อการวางแผนสุขภาพในระยะยาวซึ่งหลาย ๆ คนอาจเคยมองข้ามก่อนหน้านี้
การตอบสนองต่อสถานการณ์นี้จึงต้องอาศัยข้อมูลที่พิสูจน์ได้ หน่วยงานกำกับดูแลในกรุงเทพฯ และในหลาย ๆ จังหวัดมีการติดตั้งระบบตรวจสอบคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ พร้อมรายงานผลทุกชั่วโมงผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ และแสดงข้อมูลผ่านป้ายสาธารณะในหลายพื้นที่ การเข้าถึงข้อมูลอย่างโปร่งใสนี้ช่วยให้ประชาชนปรับพฤติกรรมในแต่ละวันได้ง่ายขึ้นไม่ว่าจะเป็นการเลือกทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่มีความเสี่ยงต่ำ การตัดสินใจใช้เครื่องฟอกอากาศ หรือการวางแผนเดินทางในวันที่ค่าฝุ่นสูง
ในขณะเดียวกัน มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่มีโครงสร้างชัดเจนก็เริ่มได้รับการผลักดันอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็น แผนการปลูกต้นไม้ในเขตเมือง การกำหนดนโยบายระบบขนส่งมวลชนแบบมลพิษต่ำ และการจัดการการเผาไร่เกษตร ล้วนสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานปกครองท้องถิ่น ภาคธุรกิจ และชุมชน อากาศบริสุทธิ์ในวันนี้ไม่เพียงแต่เป็นเป้าหมายด้านสาธารณสุข แต่ยังเป็นเป้าหมายทางเศรษฐกิจร่วมกัน ที่เชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยว มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ และคุณภาพชีวิตโดยรวมของประชาชน
สำหรับคนที่กำลังวางแผนเปลี่ยนที่อยู่อาศัยหรือปรับปรุงบ้านในช่วงวัยเกษียณ ข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ควรนำไปพิจารณา:
เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้การตัดสินใจเรื่องที่อยู่อาศัยง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศในอาคาร ระบบระบายอากาศอัจฉริยะ และข้อมูลสภาพแวดล้อมที่เปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อให้ครัวเรือนสามารถจัดการความเสี่ยงได้ดีขึ้น โดยไม่จำเป็นต้อง “ยอมแพ้” ต่อความชอบส่วนบุคคล ประเทศไทยมีการพัฒนาแนวทางที่ผสมผสาน ทั้งความต้องการส่วนบุคคล และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อส่วนรวม
การเลือกบ้านหรือสถานที่พักหลังเกษียณในยุคนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของภูมิทัศน์สวยหรือไลฟ์สไตล์อีกต่อไป แต่หมายถึงการเข้าใจเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐาน และองค์ประกอบด้านชุมชนที่จะส่งผลต่อสวัสดิภาพในระยะยาว และสถานการณ์ของสภาพอากาศตามความเป็นจริงที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ
แม้ว่าการได้พักอาศัยติดกับทะเลหรือภูเขา ได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติ แน่นอนว่าเป็นผลดีต่อสุขภาพ แต่ขณะเดียวกัน ก็ควรระลึกเสมอว่าพื้นที่เหล่านี้ก็อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศด้วยเช่นกัน ระดับน้ำทะเลที่สูงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เมืองติดชายฝั่งหลายแห่งเริ่มวางแผนในการเผชิญปัญหา เช่น การสร้างเขื่อนกั้นน้ำ การกำหนดรูปแบบเส้นทางสัญจรใหม่ และการปลูกพืชซับน้ำ ในขณะเดียวกัน พื้นที่สูงตามแนวเขาก็มีปัญหาความผันผวนของอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น ปริมาณน้ำสำรองที่ลดลง และความเสี่ยงต่อดินถล่มที่เพิ่มขึ้นและต้องมีการจัดการอย่างเหมาะสม

เข็มทิศชีวิต
สภาพอากาศที่ซับซ้อนขึ้นในปัจจุบัน ทำให้การเลือกบ้านหลังใหม่หรือการปรับปรุงบ้านของคุณ ต้องอาศัยการพิจารณาอย่างรอบคอบกว่าเดิมก่อนที่จะตัดสินใจย้ายบ้านหรือปรับปรุงบ้านครั้งใหญ่ สิ่งสำคัญคือ การประเมินความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นคลื่นความร้อน อุทกภัย การกัดเซาะชายฝั่ง และดินถล่มให้รอบคอบ นอกจากนี้ การตรวจสอบ คุณภาพของตัวอาคาร ก็สำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพด้านพลังงานและความสามารถในการให้ความผ่อนคลายในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี เช่น ฉนวนกันความร้อนการระบายอากาศตามธรรมชาติ ช่องหน้าต่างประสิทธิภาพสูง และระบบการทำงานใหม่ ๆ เช่น ปั๊มน้ำร้อนหรือแผงโซลาร์ ที่ไม่ใช่แค่ทางเลือกเสริมอีกต่อไป แต่กลายเป็น การลงทุนเพื่อสุขภาพและกระเป๋าเงินของคุณในอนาคต
นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือการมองลึกไปถึงความยืดหยุ่นของโครงสร้าง เช่น วัสดุมีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ทนต่อคราบเกลือ น้ำแข็งหรือความชื้น ระบบระบายน้ำที่สามารถรองรับน้ำฝนก็เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง รวมไปถึงค่าใช้จ่ายด้านการดูแลรักษาในอนาคตที่มักเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง
นอกเหนือจากปัจจัยด้านเทคนิคเหล่านี้ สิ่งแวดล้อมรอบตัวและบริการสาธารณะก็มีผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก เช่น พื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณ เส้นทางจักรยานและพื้นที่เดินเท้า ระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อถือได้ และบริการด้านสาธารณสุขที่เข้าถึงได้สะดวกซึ่งมีผลต่อคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ การพิจารณาความทนทานและความคุ้มค่าของพื้นที่ในระยะยาวก็เป็นอีกขั้นตอนที่สำคัญ เช่น บ้านที่ออกแบบหรือปรับปรุงโดยเน้น “พื้นที่สีเขียว” ที่จะมีความคุ้มค่าในระยะยาว และยังอาจได้รับสิทธิประโยชน์จากภาครัฐหรือสิทธิพิเศษด้านภาษี ด้วยเหตุนี้ จึงควรปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญไม่ว่าจะเป็นนักธรณีวิทยา วิศวกร หน่วยงานรับรองด้านพลังงานและศึกษาแผนงานปกป้องพลเรือ นและโครงการปรับตัวกับสภาพอากาศในพื้นที่ เพื่อให้เข้าใจว่าสถานที่ที่คุณเลือกพักอาศัยจะพร้อมสำหรับความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
กล่าวคือ คิดและวางแผนให้ถี่ถ้วนก่อนล่วงหน้า การเลือกที่พักอาศัยหรือการปรับปรุงบ้านพักอาศัยที่ต้องการสำหรับการเกษียณอายุ ไม่ควรใช้อารมณ์เป็นตัวชี้นำ แต่ควรทำด้วยความใส่ใจ เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีผลดีต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย ที่สำคัญที่สุด คือการตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศคือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ทั้งอุณหภูมิเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น ภาวะอากาศแปรปรวนรุนแรงที่เกิดบ่อยขึ้น ฤดูฝนที่ไม่แน่นอน และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นในปัจจุบัน ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าการวางแผนด้านที่อยู่อาศัยวันนี้คือการปกป้องคุณภาพชีวิตของคุณในวันข้างหน้า
แหล่งข้อมูล
Generali Thailand Makes Thailand Proud on the Asian Stage, Wins MDRT Awards Reinforcing Excellence in Developing Professional Financial Advisors เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ตอกย้ำความแข็งแกร่งของเครือข่ายที่ปรึกษาการเงินมืออาชีพ
3 ก.ย. 69 ธนาคารทิสโก้จับมือ เจนเนอราลี่ เปิดแนวทางเตรียมชีวิตหลังเกษียณอย่างรอบด้านจากผู้เชี่ยวชาญ ในงาน “Well-Being Secrets เตรียมพร้อมแผนเงิน-ที่อยู่ ก่อนเกษียณ” ชี้ ควรปรับบ้านก่อนหกล้ม วางแผนเงินก่อนเกษียณ พร้อมสำรวจทางเลือกตั้งแต่การปรับบ้านเดิม ไปจนถึงบ้านเช่าตลอดชีพและชุมชนผู้สูงวัย เพื่อออกแบบชีวิตหลังเกษียณให้ตรงกับสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และกำลังทรัพย์ของแต่ละคน การมีเงินเพียงพออาจเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตหลังเกษียณที่มั่นคง แต่ยังไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเมื่ออายุเพิ่มขึ้น
Generali Thailand Wins Inspirational Brand Award from APEA 2026 Reinforcing Its Position as a Brand Creating Value for People and Society เจนเนอราลี่
Krungsri Auto Broker and Generali Thailand Extend Strategic Partnership for Another Five Year, Reinforcing Leadership in Auto Loan Protection Insurance and Pursuing
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เดินหน้ากลยุทธ์สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าคนสำคัญ ผ่าน “Generali FIRST Club” โปรแกรมดูแลลูกค้าระดับพรีเมียมที่มุ่งยกระดับ Customer Experience ในทุกมิติ โดยให้ความสำคัญกับการสร้าง Engagement และส่งมอบสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ นอกเหนือจากการมอบความคุ้มครองด้านประกันภัย ล่าสุด จัดกิจกรรม “TOPGOLF Experience” สำหรับสมาชิกระดับ First, Elite
Generali Thailand Appoints Grace Allison Toh as Chief Agency Officer Transforming Agency channel into a future-ready growth engine by empowering agents and
เจนเนอราลี่ กรุ๊ป เผยความสำเร็จครึ่งปีแรก 2026 เติบโตอย่างมั่นคงในทุกกลุ่มธุรกิจ ทำยอดเบี้ยประกันภัยรับรวมทะลุ 2.04 ล้านล้านบาท สะท้อนศักยภาพการดำเนินงานที่โดดเด่นทั้งในกลุ่มประกันภัยและประกันชีวิต โดยเฉพาะกระแสเงินสดรับสุทธิในกลุ่มประกันชีวิตที่สร้างสถิติสูงสุดใหม่ในรอบครึ่งปีแรกที่ 3.18 แสนล้านบาท หนุนให้ผลกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 11.2% แตะ 1.72 แสนล้านบาท ขณะที่ผลกำไรสุทธิปรับปรุงขยับขึ้นมาอยู่ที่ 9.72 หมื่นล้านบาท สะท้อนความแข็งแกร่งของผลการดำเนินงานและความต่อเนื่องในการขับเคลื่อนธุรกิจตามแผนกลยุทธ์ Lifetime
Generali Thailand Supports Thai MSME FORUM 2026 Reaffirming Its Commitment to Strengthening Resilience for Thai Entrepreneurs เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ร่วมสนับสนุนงาน Thai MSME FORUM
Generali Thailand Delivers an Exclusive Experience for Generali FIRST Club Members เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เดินหน้ายกระดับประสบการณ์การดูแลลูกค้าคนสำคัญผ่าน Generali FIRST Club ด้วยกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Wine Pairing Experience เอกสิทธิ์สำหรับสมาชิกระดับ
Generali Thailand Holds Town Hall to Reinforce a People-Powered Culture, Integrating AI Capabilities for Sustainable Growth เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ จัดกิจกรรม Town Hall ต้อนรับผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มเจนเนอราลี่
เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ หากคุณใช้เว็บไซต์ต่อ ถือว่าคุณยอมรับการใช้คุกกี้และ นโยบายคุกกี้ คลิก ตั้งค่า เพื่อตั้งค่าคุกกี้
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
ยอมรับทั้งหมด
เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาความปลอดภัยและการบริหารจัดการเครือข่าย เป็นต้น เพื่อให้คุณสามารถเข้าชมและใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ หากไม่มีคุกกี้นี้เว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสม คุณไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้นี้ได้
รายละเอียดคุกกี้
คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของผู้เข้าชม เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าคุณปิดการใช้งานคุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูล เช่น เว็บไซต์หรือเนื้อหาที่คุณเยี่ยมชม เป็นต้น เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ความเหมาะสมและตรงกับความสนใจของคุณ ถ้าคุณปิดการใช้งานคุกกี้นี้ คุณจะยังเห็นเนื้อหาและโฆษณาทั่วไป ซึ่งมีเนื้อหาและโฆษณาที่ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ
คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยจดจำการกรอกข้อมูล เช่น สมัครงาน สนใจผลิตภัณฑ์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้เว็บไซต์ ถ้าคุณปิดการใช้งานคุกกี้นี้ คุณอาจใช้งานเว็บไซต์ได้ไม่สะดวกและไม่เต็มประสิทธิภาพ