ทำประกันทรัพย์สินดิจิทัลของคุณจาก NFT สู่ Cryptocurrency

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังรุ่งเรืองในปี 2021 ด้วยมูลค่าปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (รวมการแปลงค่าเงินในพื้นที่) โดยคาดว่าตลาดสินทรัพย์จะสูงขึ้นถึง 6 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2025 ซึ่งหมายความว่าไม่มีเวลาไหนดีไปกว่านี้อีกแล้วที่จะเข้ามามีส่วนร่วม แม้ว่าความสนใจในสกุลเงินดิจิทัลจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่การเจริญเติบโตของ Crypto Art และ Non-Fungible Tokens (หรือ NFTs) ได้มีส่วนทำให้ทั่วโลกตระหนักมากขึ้นว่าสินทรัพย์ออนไลน์มีคุณค่าเพียงใด ทั้งบริษัทชื่อดังและบุคคลต่างเริ่มเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งมักได้รับแรงหนุนจากผลประโยชน์ส่วนตัวและศักยภาพในการลงทุนร่วมกัน

แต่เนื่องจากสินทรัพย์เหล่านี้ขาดความจับต้องได้จริง จึงมีคำถามขึ้นมาเกี่ยวกับมูลค่า การคุ้มครอง การประกันภัย และนโยบายคุ้มครอง เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้กลายเป็นประเด็นหลักของบทสนทนาในหลายอุตสาหกรรม รวมถึงการเงิน เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ บทความนี้จะทำการสำรวจว่าประกันภัยควรจะมีลักษณะอย่างไรสำหรับสินทรัพย์ประเภทใหม่เหล่านี้ รวมไปถึงผลประโยชน์และความเสี่ยงในการลงทุน

ทำความเข้าใจกับสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital assets) 

หรือเป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า Crypto assets ซึ่งสินทรัพย์ดิจิทัล มักหมายถึงสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนและถือครองออนไลน์ เมื่อพูดถึงการลงทุน ประเภทที่พบบ่อยที่สุดคือ Cryptocurrency ซึ่งเป็นประเภทของสกุลเงินดิจิทัลและ NFTs โดยคำว่า NFT ย่อมาจาก Non-Fungible Tokens ซึ่งเป็นสิ่งของที่พิเศษและมีเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งรวมถึงงานศิลปะ ภาพถ่าย โลโก้ เพลง และเนื้อหาดิจิทัลในรูปแบบอื่นๆ ในขณะที่เหรียญ Cryptocurrency สามารถใช้แลกเปลี่ยนกันได้ อย่าง 1 Bitcoin ก็มีค่าและประเภทเหมือนกับเหรียญอื่นๆ ทุกประการ

เนื่องจาก NFT เกี่ยวข้องกับหลายสิ่ง เช่น ศิลปะและดนตรี การซื้อ NFT จะทำให้คุณเป็นเจ้าของสินค้าต้นฉบับชิ้นนั้น ซึ่งอาจมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป คนอื่นๆ สามารถดูภาพหรือสตรีมเพลงได้ แต่ผู้ซื้อจะเป็นผู้ถือต้นฉบับ เช่นเดียวกับที่คุณสามารถซื้อภาพวาดที่มีชื่อเสียงของปีกัสโซ่ได้ แต่ก็มีเพียงแค่เจ้าของต้นฉบับเท่านั้นที่มีทรัพย์สินที่มีค่าชิ้นนั้นจริงๆ

ข้อดีของการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล 

เช่นเดียวกับสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นใหม่ ยิ่งคุณมีส่วนร่วมเร็วเท่าไร คุณก็จะยิ่งได้ผลตอบแทนดีขึ้นเท่านั้น สินทรัพย์ดิจิทัลมีมานานพอที่จะมีตลาดที่เป็นที่ยอมรับ ซึ่งหมายความว่าจะไม่สูญเสียมูลค่าในเร็วๆ นี้ โดย Cryptocurrency เป็นตัวอย่างว่า มูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถเพิ่มขึ้นได้เร็วเพียงใด ถ้าลองพิจารณาถึงความผันผวนแล้ว การลงทุน 100 ดอลลาร์ (แปลงค่าเงินในพื้นที่แล้ว) ใน Bitcoin ในปี 2015 จะมีมูลค่าประมาณ 14,000 ดอลลาร์ในปัจจุบัน (แปลงค่าเงินในพื้นที่แล้ว)

สินทรัพย์ดิจิทัลยังให้ประโยชน์อย่างมากในด้านไลฟ์สไตล์อีกด้วย เนื่องจากตามความเป็นจริงแล้ว สินทรัพย์ดิจิทัลไม่มีปัญหาเรื่องค่าจัดเก็บสินค้าหรือค่าขนส่งอย่างที่คุณอาจพบได้จากการลงทุนในงานศิลปะ ไวน์ ทองคำ หรือสินทรัพย์อื่นๆ ที่จับต้องได้

Nike เป็นเพียงบริษัทเดียวที่มีความเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านระบบตรวจสอบในชื่อว่า Cryptokicks โดยสถาบันประมูลคริสตี้ส์แห่งสหราชอาณาจักรได้ขายงานศิลปะดิจิทัลชิ้นแรกในเดือนเมษายนปี 2021 อีกทั้งเขากำลังเข้าสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย โดยบริษัทต่างๆ กำลังสำรวจทางเลือกสำหรับการสร้างโทเค็น ซึ่งสามารถเร่งกระบวนการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง NFT ที่กำลังสร้างตลาดใหม่ในโลกศิลปะ ซึ่งอาจจะลงเอยด้วยมูลค่าที่คล้ายกับตลาดศิลปะในปัจจุบัน Stephen Howes ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง The Thomas Crown Art ได้กล่าวว่า “NFT เป็นเทรนด์การลงทุนที่ยิ่งใหญ่แห่งทศวรรษ”

ความเสี่ยงที่ต้องเจอ

น่าเสียดายตรงที่ไม่ต่างกับสินทรัพย์อื่นๆ การลงทุนเหล่านี้ย่อมไม่ได้มาโดยปราศจากความเสี่ยง เรื่องสำคัญบางประการเกี่ยวข้องกับการเข้าถึง เนื่องจากแม้ว่า Blockchain จะให้การป้องกันโดยการบันทึกธุรกรรม แต่สินค้าดิจิทัลก็อาจจะยังคงหายไปได้จากการเปลี่ยนรหัสผ่านหรือลิงก์ที่เสียหาย หรืออาจจะถูกขโมยจากแฮ็กเกอร์ได้ ภัยคุกคามจากการโจรกรรมออนไลน์ก็เกิดขึ้นจริงเช่นกัน ซึ่งเงินดิจิทัลถูกขโมยไปมากกว่า 11 พันล้านดอลลาร์ (แปลงค่าเงินในพื้นที่แล้ว) ตั้งแต่ปี 2011

ความผันผวนของตลาดที่นำไปสู่การสูญเสียมูลค่านั้นเกิดขึ้นได้เสมอ หมายความว่าการลงทุนของคุณอาจไม่ได้ผลดีเท่าที่คุณคาดหวังไว้ สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักถึงปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาที่เกี่ยวกับภาษี หรือรายได้ที่ต้องเสียภาษีจากสินทรัพย์ดิจิทัล สุดท้ายนี้ คนส่วนใหญ่มักมองข้ามความจริงที่ว่า แม้แต่สินทรัพย์ดิจิทัลก็อาจเสื่อมคุณภาพได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงคุณภาพไฟล์และนามสกุลไฟล์ ซึ่งทำให้ไม่สามารถเปิดหรือใช้งานในอนาคตได้

จะปกป้องสินทรัพย์ของคุณได้อย่างไร 

การปกป้องและประกันทรัพย์สินดิจิทัลอาจฟังดูเป็นเรื่องซับซ้อน เนื่องจากเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ มันจึงเป็นการตั้งมูลค่าประกันภัยพื้นฐานของสินทรัพย์ดิจิทัล เช่นเดียวกับสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นใหม่ อุตสาหกรรมประกันภัยยังคงค้นหาแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการกำหนดนโยบาย คำศัพท์เฉพาะทาง การรับประกัน และการจ่ายเงิน อีกทั้งยังเป็นเรื่องยากหากมูลค่าของสินทรัพย์เหล่านี้ผันผวนอย่างรวดเร็ว ซึ่งแตกต่างจากอุตสาหกรรมสินทรัพย์ที่เป็นที่ยอมรับมากขึ้น เช่น งานศิลปะ หรือรถยนต์โบราณ

ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าอุตสาหกรรมประกันภัยสินทรัพย์ดิจิทัลจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่สินทรัพย์ดิจิทัลส่วนใหญ่ยังคงไม่มีประกันภัยในปัจจุบัน ตามที่ Adam Zuckerman นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ได้สำรวจในบทความวิชาการเรื่องประกันทรัพย์สินดิจิทัลฉบับแรก พบว่า ไม่เกิน 5% ของสองสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้รับการประกันทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ยังมีวิธีการปกป้องสินทรัพย์ของคุณทางออนไลน์อยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านรูปแบบของเครือข่าย ‘การจัดเก็บข้อมูลที่ปลอดภัย’ อย่าง Peer to Peer และระบบฝังตัว ในอนาคต เราอาจจะได้เห็นบริษัทประกันภัยพิจารณาเรื่องกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ดิจิทัลและวางแผนอสังหาริมทรัพย์ เช่น การคุ้มครองจะมีผลอย่างไรหลังเสียชีวิต หรือเป็นส่วนหนึ่งของมรดก นอกจากนี้ยังมีการอภิปรายเกี่ยวกับวิธีการจ่ายเงินประกัน และสิ่งที่จะได้รับความคุ้มครอง รวมถึงการสูญหาย การโจรกรรม และสำเนาของกุญแจดิจิทัลกับกระเป๋าสตางค์

“คนที่จับผิดไอเดียงานศิลปะในรูปแบบดิจิทัลก็คือคนที่จับผิดศักยภาพของอินเทอร์เน็ตในยุค 90 หรือคนที่บอกว่า Amazon ‘ไม่มีทางได้รับความนิยม’ ในยุค 2000” Howes กล่าวเมื่อถูกถามเกี่ยวกับข้อกังขาเรื่อง NFT และมันค่อนข้างชัดเจนว่า สำหรับผู้เชี่ยวชาญและแบรนด์ใหญ่อีกจำนวนมากแล้ว สินทรัพย์ดิจิทัลยังเป็นเรื่องของอนาคต แม้ว่าจะเป็นตลาดที่มีความเสี่ยง แต่ด้วยการคุ้มครองที่เหมาะสม ประโยชน์จากการลงทุนในระยะเริ่มต้นจึงอาจมีมหาศาล และแน่นอนว่าควรค่าแก่การพิจารณาอย่างจริงจัง

Related Content

We use cookies to enhance your site experience. by continuing to browse, you agree to our use of cookies & Cookies Policy  Click Settings to manage.

Privacy Preferences

You can set up your cookies preference by clicking the available sliders to ‘On’ or ‘Off’, except only Necessary cookies. Then, click “Save Preference”.

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Necessary cookies
    Always Active

    These cookies are necessary for the website to function and cannot be disabled. We use necessary cookies to enable core functionality such as security and network management, and, to allow you to browse the website normally. Without this cookies, the website would not be able to work properly.
    Cookies Details

  • Analytics cookies

    These cookies are used to collect information about how visitors use our website. We use the information to measure and improve the performance of our website. If you disable these cookies, we will not be able to use the information for improving our website.

  • Advertising Cookies

    These cookies are used to collect information about your activities (ex. sites or contents you’ve visited) to analyze and display content or advertisement that are relevant to your interests. If you disable these cookies, you will still see generic advertisement on your browser (not targeted content or advertisement).

  • Functional cookies

    These cookies enable the website to remember the information that you’ve pre-filled on the website (i.e. join our team or leave your contact for your interest in our product). The intention is to allow you to use the website more convenient. If you disable these cookies, then some or all of these services may not function properly.

Save