ออกกำลังกายอย่างไรให้ปลอดภัย สำหรับวัย 50+

ผู้สูงอายุก็ออกกำลังกายได้ เพราะการออกกำลังกายเป็นประจำมีประโยชน์ต่อสุขภาพของเราในหลายๆ ด้าน ตั้งแต่การพัฒนาพลังสมองไปจนถึงช่วยให้อายุยืนยิ่งขึ้น แม้แต่การเดินธรรมดาๆ ก็ทำให้คุณเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เหนือสิ่งอื่นใดเลยก็คือ คุณไม่เคยแก่เกินที่จะเริ่มออกกำลังกาย แม้ว่าคุณจะไม่เคยให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายมาก่อนเลยก็ตาม และนี่คือข้อเท็จจริงและเคล็ดลับทั้ง 5 ข้อที่จะพาคุณไปสู่การออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป

1. การออกกำลังกายช่วยให้มีชีวิตยืนยาวขึ้น

จากการศึกษาพบว่า ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่างๆ ในระยะยาวน้อยกว่า เช่น โรคหัวใจ เบาหวานชนิดที่ 2 โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็งบางชนิด ทั้งยังชี้ให้เห็นว่าการออกกำลังกาย ช่วยเพิ่มการมองเห็นคุณค่าของตนเอง (self-esteem) อารมณ์ความรู้สึก คุณภาพการนอนหลับและพละกำลัง รวมถึงลดความเสี่ยงต่อภาวะเครียด ภาวะซึมเศร้า ภาวะสมองเสื่อม และโรคอัลไซเมอร์ได้

การวิ่งเป็นระยะทาง 1 ไมล์จะเผาผลาญแคลอรีได้ประมาณ 100 แคลอรี ในขณะที่การออกกำลังกายกลางแจ้งช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากความสามารถในการตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันของเราจะลดลงเมื่อเรามีอายุมากขึ้น และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยให้คุณมีอายุยืนยาวขึ้นได้ “การออกกำลังกาย คือการรักษาที่แสนมหัศจรรย์ที่สุดเท่าที่เราเคยมีมา” ระบบสาธารณสุขแห่งชาติ NHS แถลง “แต่เราก็ละเลยการออกกำลังกายที่ควรจะทำเป็นประจำมาเป็นเวลานานเกินไป”

ไม่สายเกินไปที่จะเริ่มต้นใหม่สำหรับผู้ที่ละเลยการออกกำลังกาย  ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในปี 2019 พบว่า ผู้ที่เพิ่งเริ่มวิ่งหลังจากอายุ 50 ปี สามารถวิ่งได้เร็วและมีหุ่นผอมเพรียวพอๆ กับคนที่วิ่งมาตลอดชีวิต ไม่ว่าจะคนที่วิ่งตั้งแต่อายุ 18 ปี หรือเพิ่งหันมาเริ่มวิ่งตอนอายุเข้า 50 ปี จากการศึกษาพบว่าเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย กล้ามเนื้อบริเวณขา และสมรรถภาพทางร่างกายล้วนอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน

“ผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มหันมาวิ่งในช่วงอายุ 40 ปี 50 ปี และ 60 ปี และอายุของพวกเขาก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด” โค้ช โจ วิลคินสัน กล่าว “คุณอาจจะไปไม่ถึงระดับที่สูงเท่ากับตอนที่เริ่มในช่วงวัยรุ่น หรือช่วงอายุ 20 ปี แต่คุณสามารถพัฒนามันให้ดีขึ้นและเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกายได้อย่างแน่นอน” ทั้งนี้สามารถใช้ได้กับการออกกำลังกายทุกรูปแบบ และมันไม่เคยมีคำว่าสายเกินไปที่จะเริ่ม!

2. น้อยๆ และบ่อยๆ

แล้วการออกกำลังกายประกอบด้วยอะไรบ้าง กิจกรรมใดๆ ที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น และทำให้หายใจเร็วขึ้น หรือที่เรียกกันว่า การออกกำลังกายแบบหนักปานกลาง นั้นจะเกิดผลประโยชน์ ลองนึกถึงการเดิน ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยานเบาๆ ในระดับหนักปานกลางดู คุณจะยังสามารถพูดคุยสนทนาได้อยู่ในขณะที่ออกกำลังกายในระดับนี้

การออกกำลังกายใดๆ ที่ทำให้คุณหายใจแรงขึ้นและเร็วขึ้น จะเรียกว่า การออกกำลังกายแบบหนักมาก มีคำแนะนำว่าการออกกำลังกายดังกล่าวนี้ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าการออกกำลังกายแบบหนักปานกลาง การพูดคุยสนทนาจะลำบากขึ้นหากคุณออกกำลังกายในระดับนี้

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ผู้ใหญ่ควรตั้งเป้าที่จะออกกำลังกายทุกวัน และควรออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หากคุณเลือกที่จะออกกำลังกายด้วยการเดิน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรตั้งเป้าว่าต้องเดินประมาณ 7 พันถึง 8 พันก้าวต่อวัน

หากคุณขยับจากเดินไปเป็นวิ่ง ให้ค่อยๆ เพิ่มการวิ่งเข้าไปทีละนิด “นักวิ่งทุกวัยจำเป็นต้องค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้น เรื่องนี้ยิ่งเป็นความจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเซียนนักวิ่งที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป” วิลคินสันกล่าว “หากคุณมักจะนั่งนิ่งๆ ไม่ค่อยขยับเขยื้อนมาก่อน ให้เริ่มด้วยโปรแกรมเดินออกกำลังกายก่อน เมื่อสภาพร่างกายของคุณดีขึ้น ขณะที่เดินๆ อยู่ แนะนำให้เพิ่มการวิ่งเข้าไปในช่วงเวลาสั้นๆ ครั้งละ 1 – 2 นาที จากนั้นค่อยเพิ่มระยะเวลาการวิ่งให้มากขึ้นจนถึงจุดที่คุณกำลังวิ่งมากกว่าเดิน”

สิ่งนี้จะช่วยให้นักวิ่งมือใหม่มีเป้าหมายในการฝึกวิ่ง และระยะทาง 5 กิโลเมตรก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แอปพลิเคชัน  ที่เป็นเหมือนโค้ชวิ่งส่วนตัว ‘couch to 5k’ จะช่วยแนะนำและช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงไม่ให้กดดันตัวเองมากเกินไป “การมีเพื่อนวิ่งด้วยจะช่วยให้คุณมีแรงจูงใจอยู่เสมอ” โจ กล่าว “โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่อากาศหนาวและมักจะทำให้คุณไม่อยากวิ่งมากขึ้น”

3.  ปลอดภัยไว้ก่อน

คุณควรจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะเริ่มฝึกวิ่งในรูปแบบใหม่ๆ “ในฐานะโค้ชวิ่ง ผมมักจะสนับสนุนให้ผู้สูงวัยเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างครบถ้วนก่อนที่พวกเขาจะเริ่มฝึก” โจ กล่าว “แต่ที่กล่าวมาก็ใช้ได้กับการออกกำลังกายทุกประเภท” คุณต้องแน่ใจว่าคุณไม่มีโรคประจำตัวใดๆ ที่อาจทำให้คุณไม่สามารถวิ่งหรือออกแรงกายในรูปแบบอื่นๆ ได้”

หากคุณเน้นไปที่การวิ่ง หรือปั่นจักรยาน และออกไปตัวคนเดียว คุณควรมีข้อมูลส่วนตัวติดตัวไว้ในขณะที่คุณกำลังวิ่ง เช่น ชื่อ ข้อมูลติดต่อ เบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น สายคล้องบัตรประชาชนหรือสร้อยข้อมือที่คุณสามารถสวมใส่ได้ขณะออกกำลังกายก็เป็นความคิดที่ดีและทำได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงอายุใดๆ

4. การออกกำลังกายมีประโยชน์มากกว่าความแข็งแรง

ประโยชน์ของการออกกำลังกายมีมากกว่าที่คิด คุณ จอยซ์ เบลล์ เริ่มวิ่งในวัย 60 ปี และเธอก็รู้สึกเสียใจที่ไม่เริ่มให้เร็วกว่านี้ “การวิ่งให้ประโยชน์มากมาย” เธอกล่าว “ฉันแข็งแรงกว่าตอนอายุ 40 ปี เสียอีกและฉันก็พอใจที่ตัวเองพยายามสุดความสามารถเพื่อให้ตัวเองมีรูปร่างที่ดีเมื่ออายุมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ฉันมีความมั่นใจและมี self-esteem มากขึ้นอีกด้วย” เธอกล่าว ไม่เพียงแค่นี้ การวิ่งเป็นประจำยังช่วยให้เธอรู้สึกอ่อนวัยขึ้น “ถ้าไม่ได้วิ่ง ชีวิตก็จะหมุนรอบๆ คนที่อายุใกล้เคียงกับฉันและมีทัศนคติที่คล้ายคลึงกัน” เธอกล่าว “แต่การวิ่งนั้นครอบคลุมทุกกลุ่มอายุและฐานะ และนั่นก็ช่วยทำให้ฉันรู้สึกว่ายังอ่อนวัยอยู่!”

ไอซ์ นอร์ธ เองก็เริ่มวิ่งในวัย 60 ปี และต่อมาไม่นานก็หลงรักการวิ่งอัลตรามาราธอน อายุไม่ใช่อุปสรรค “ฉันอยากแข็งแรงเมื่อแก่ตัวลง” เธอกล่าว “ฉันอยากมีสุขภาพจิตที่ดีเมื่อแก่ตัวลง อยากมีพลังเหลือล้นเมื่อแก่ตัวลงเพื่อเล่นกับหลานๆ และดำเนินธุรกิจของตัวเองต่อไป เพราะฉันก็รักงานของตัวเองเช่นกัน การวิ่งช่วยให้ฉันบรรลุเป้าหมายทั้งหมดนี้”

การศึกษานั้นสอดคล้องกับที่เธอกล่าว การออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่ว่าจะวิ่งหรือออกกำลังกายรูปแบบอื่นๆ นั้นชี้ให้เห็นว่ามีประโยชน์ต่อสมอง โดยจะป้องกันไม่ให้เกิดภาวะสมองเสื่อมซึ่งมักจะเริ่มหลังจากอายุ 45 ปีขึ้นไป การออกกำลังกายหลายครั้งต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 30-60 นาที ช่วยให้ทักษะการคิด การให้เหตุผล และการเรียนรู้นั้นดีอยู่เสมอ อีกทั้งยังมีประโยชน์ต่อความจำอีกด้วย

5. อย่าฝืนตัวเอง

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายของเราก็จะสูญเสียความแข็งแรงไปตามธรรมชาติ ภาวะการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อเป็นส่วนหนึ่งของความชราที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ หลังจากอายุ 30 ปีขึ้นไป เราสูญเสียมวลกล้ามเนื้อมากถึง 5% ในทุกๆ 10 ปี

การออกกำลังกายสามารถช่วยสร้างความแข็งแรงนั้นขึ้นมาใหม่ได้ และชะลอความเสื่อมของมวลกล้ามเนื้อได้จริง แต่คุณก็ต้องใช้วิธีที่เหมาะสมกับตัวเอง “ในบรรดานักวิ่ง อาการบาดเจ็บมีแนวโน้มที่จะคืบคลานเข้ามาเมื่อเราอายุมากขึ้น เหตุจากการวิ่งมากเกินไป” นักกายภาพบำบัด มารีเก้อ เลาว์ กล่าว “ในกรณีส่วนใหญ่ อาการบาดเจ็บที่พบได้บ่อยที่สุดในหมู่นักวิ่งที่มีอายุมาก เกิดจากการเพิ่มความเข้มข้นในการวิ่งเร็วเกินไป ในแผนการวิ่งไม่ค่อยมีความหลากหลาย หรือละเลยการออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อ”

ควรคำนึงถึงเวลาพักระหว่างการออกกำลังกาย และพยายามสลับเปลี่ยนวิธีออกกำลังกายในกิจวัตรของคุณ เช่น พยายามเอากิจกรรมที่เน้นทั้งความแข็งแรงและสมรรถนะการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือดมาใส่ไว้ในกิจวัตร เป็นต้น

และเนื่องจากการที่กล้ามเนื้อตึง และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันสูญเสียความยืดหยุ่นไปเมื่อเราอายุมากขึ้น การอบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกายจะช่วยยืดหยุ่นข้อต่อ และกลายเป็นส่วนสำคัญยิ่งกว่าส่วนไหนๆ ของกิจวัตรของคุณ “หากคุณออกกำลังกายอย่างถูกวิธี สังเกตร่างกายของตัวเอง และไม่หักโหมจนเกินไป การออกกำลังกายอาจจะเป็นส่วนสำคัญในชีวิตตลอดช่วงอายุ 50 ปีของคุณเลยก็ได้ และเผลอๆ มากไปกว่านั้นอีก” วิลคินสัน กล่าว

Related Content

We use cookies to enhance your site experience. by continuing to browse, you agree to our use of cookies & Cookies Policy  Click Settings to manage.

Privacy Preferences

You can set up your cookies preference by clicking the available sliders to ‘On’ or ‘Off’, except only Necessary cookies. Then, click “Save Preference”.

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Necessary cookies
    Always Active

    These cookies are necessary for the website to function and cannot be disabled. We use necessary cookies to enable core functionality such as security and network management, and, to allow you to browse the website normally. Without this cookies, the website would not be able to work properly.
    Cookies Details

  • Analytics cookies

    These cookies are used to collect information about how visitors use our website. We use the information to measure and improve the performance of our website. If you disable these cookies, we will not be able to use the information for improving our website.

  • Advertising Cookies

    These cookies are used to collect information about your activities (ex. sites or contents you’ve visited) to analyze and display content or advertisement that are relevant to your interests. If you disable these cookies, you will still see generic advertisement on your browser (not targeted content or advertisement).

  • Functional cookies

    These cookies enable the website to remember the information that you’ve pre-filled on the website (i.e. join our team or leave your contact for your interest in our product). The intention is to allow you to use the website more convenient. If you disable these cookies, then some or all of these services may not function properly.

Save