5 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณออกกำลังกายมากเกินไป

ในขณะที่บางคนพยายามหาแรงจูงใจในการออกกำลังกาย ก็ยังมีบางคนที่รู้สึกว่าการจะทำให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเพียงพอหลังจากออกกำลังกายนั้นเป็นเรื่องยาก ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่คลั่งไคล้ในการออกกำลังกายหรือมือสมัครเล่นต่างก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะหาทางสายกลางที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจ

เรากดดันตัวเองเป็นอย่างมากในการออกกำลังกาย ทั้งทางอารมณ์และทางร่างกาย ซึ่งบ่อยครั้งเราอาจจะออกกำลังกาย และฝืนใช้กล้ามเนื้อมากเกินไป ซึ่งก็รวมถึงสมองของเราด้วย ซึ่งนี่อาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเสียหายและนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไรที่อาจถึงเวลาที่จะต้องปรับทัศนคติในการออกกำลังกาย บทความนี้ได้ทำการสำรวจเกี่ยวกับสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจออกกำลังกายหนักเกินไป และวิธีค้นหาสมดุลที่เหมาะสม ที่ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งร่างกายและสุขภาพจิตของคุณ


1. รู้สึกปวดเมื่อยทั้งตัว และตลอดเวลา 

อาการนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคุณออกกำลังกล้ามเนื้อส่วนเดิมหรือบริเวณเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานานเกินไป อาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ 2-3 ชั่วโมงไปจนถึง 12 ชั่วโมงหลังการออกกำลังกาย และอาจนานถึง 2 วัน หากคุณออกกำลังกายหนักเกินไป

หากคุณพบว่าตัวเองปวดเมื่อยไปทั้งตัวและปวดตลอดเวลา นั่นหมายความว่าคุณออกกำลังกายและกดดันร่างกายมากเกินไป คุณยังสามารถออกกำลังกายในขณะที่คุณยังปวดกล้ามเนื้ออยู่ได้ แต่อย่าลืมเน้นไปที่กล้ามเนื้อส่วนอื่นด้วย เช่น หากขาหรือน่องของคุณเจ็บจากการวิ่ง ให้เน้นออกกำลังที่แขนหรือสะโพกของคุณด้วยการเวทเทรนนิ่งเบาๆ แทน 

การดื่มชาเขียวสามารถช่วยแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ เช่นเดียวกับการบำบัดด้วย Percussive therapy ซึ่งเป็นเทคนิคการนวดที่ยิงแรงกดไปยังเนื้อเยื่ออ่อนของคุณผ่านการสั่นหลายๆ ครั้ง หรือใช้แผ่นประคบร้อน เจลบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ตลอดจนการพักผ่อนอย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตาม หากคุณพบว่าหลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งอาทิตย์แล้วอาการปวดเมื่อยยังไม่หายไป ทางที่ดีคือควรไปพบแพทย์ เนื่องจากอาจเป็นกรณีของอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อขั้นรุนแรง ซึ่งจะปวดร้าวลึกๆ และลุกลามเป็นวงกว้าง โดยอาจทำให้เจ็บแปลบหรือติดเชื้อได้


2. รู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา 

คุณรู้สึกเหนื่อยล้าเหมือนไม่สบาย แต่คุณก็รู้ว่าคุณไม่ได้ป่วยหรือไม่ การที่เหนื่อยมากๆ อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคุณออกกำลังกายหนักเกินไปได้

ความเหนื่อยล้าจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคุณไม่ยอมปล่อยให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเหมาะสมหลังจากออกกำลังกายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของวันพักผ่อน คุณอาจรู้สึกหมดแรงและเริ่มเสียสมาธิ ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณกำลังวิ่งอยู่บนถนนหรือกำลังปั่นจักรยานอยู่

ควรให้เวลาตัวเองได้พักอย่างเพียงพอในช่วงที่ออกกำลังกายหนักๆ และควรกินอาหารอย่างเหมาะสมก่อนออกกำลังกาย การออกกำลังกายทำให้ปริมาณคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันสำรองหมดไป ดังนั้นหากคุณไม่เติมพลังงานด้วยอาหารที่มีประโยชน์ หรืออาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนสูง ร่างกายของคุณก็จะเริ่มเหนื่อยล้าเนื่องจากการหมดแรง 


3.  หยุดเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นไม่ได้

เราอาศัยอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยโซเชียลมีเดีย และอุปกรณ์ที่ทำให้เราใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ยิ่งสำหรับการออกกำลังกายแล้ว ก็เปรียบเสมือนดาบสองคม แอปติดตามมีประโยชน์ในการติดตามการออกกำลังกายของคุณ แต่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตได้ หากคุณเอาการออกกำลังกายของตัวเองไปเปรียบเทียบกับเพื่อนบ่อยๆ

หากการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชัน ทำให้คุณวิตกกังวลและผิดหวัง เพราะคุณไม่พัฒนาเร็วเท่ากับเพื่อนของตัวเอง คุณต้องถอยออกมาก่อน การออกกำลังกายของคุณนั้นไม่ใช่การแสดงให้ใครดู แต่เป็นเรื่องของคุณและคุณคนเดียว ความรู้สึกดังกล่าวจะเกิดขึ้น หากคุณออกกำลังกายไปเพื่อแสดงให้คนอื่นรับรู้เท่านั้น เพียงเพราะคุณไม่ได้โพสต์ข้อความออนไลน์ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่คุณทำไปไม่ได้เกิดขึ้น

คุณจำเป็นต้องหยุดพักก่อน หากคุณพบว่าตัวเองออกกำลังกายไปเพียงแค่เพื่ออัปลงโซเชียลมีเดียเท่านั้น 


4. เริ่มมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการออกกำลังกายของตัวเอง

บางครั้งการออกกำลังหนักเกินไปอาจส่งผลต่อระดับฮอร์โมนความเครียดและทำให้คุณหงุดหงิด หรือรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับการออกกำลังกายได้ ซึ่งอาจหมายความว่าคุณไม่ยอมให้รางวัลกับตัวเองสำหรับการออกกำลังกาย

การเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนนี้อาจนำไปสู่อาการกระสับกระส่ายและขาดสมาธิ ซึ่งหมายความว่าคุณไม่ได้ทุ่มเทแรงทั้งหมดไปกับการออกกำลังกาย ทำให้คุณรู้สึกไม่พอใจในการออกกำลังกาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณทำมันได้ไม่ดี

อย่าลืมหาวันหยุดพักผ่อนให้ตัวเอง วันที่คุณมีสมาธิจดจ่ออยู่กับตัวเอง เริ่มเรียนรู้วิธีที่จะชื่นชมตัวเองแม้ในเวลาออกไปเดินเล่นหรือวิ่งเหยาะๆ การออกกำลังกายควรจะมีความสุข และเมื่อคุณเริ่มไม่พอใจกับการออกกำลังกาย ก็ถึงเวลาให้ตัวเองได้พักบ้าง


5. รู้สึกไม่อยากออกกำลังกายอีกต่อไป

การออกกำลังกายหนักเกินไปอาจทำให้สูญเสียทั้งแรงจูงใจและความกระตือรือร้นไปโดยสิ้นเชิง การที่คุณกังวลเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของตัวเองหรือการขาดมันไป อาจส่งผลให้ระดับฮอร์โมนของคุณลดลงและทำให้คุณรู้สึกเซ็งเล็กน้อยเกี่ยวกับการออกกำลังกาย

ร่างกายของคุณอาจจะอ่อนล้าทั้งทางกายและใจจากการออกกำลังที่หนักเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุให้ความเพลิดเพลินในการทำกิจกรรมที่คุณเคยรักลดน้อยลง ลองเปลี่ยนการออกกำลังกายให้เป็นเชิงบวก หรือหาโอกาสในการออกกำลังกายในที่อื่นๆ ในแต่ละวัน ลองวิ่ง เดิน หรือปั่นจักรยานไปร้านกาแฟที่คุณชอบ หรือไปในที่ใหม่ๆ ทำให้มันเป็นสิ่งที่คุณตั้งตารอ และถ้าหากทำไปแล้วยังไม่ได้ผล การทำกิจกรรมใหม่ๆ อาจเป็นเรื่องคุ้มค่าที่จะลอง จะว่ายน้ำหรือปีนหน้าผาก็ย่อมได้ คุณสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่คุณต้องการ และการออกกำลังกายควรเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่ใช่และสนุกที่สุดสำหรับคุณ

อย่าลืมว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องของคุณคนเดียว เป็นเรื่องของคุณ ไม่ใช่เรื่องของใครอื่น การออกกำลังกายเป็นรูปแบบหนึ่งของการหลบหนีจากโลกของความเป็นจริง และอาจเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสุขภาพจิตใจและทางกาย เมื่อคุณทำมันถูกต้อง

ไม่ใช่เรื่องอ่อนแอที่จะหาวันพักผ่อน หรือปฏิเสธและงดเล่นโซเชียลมีเดีย รวมถึงแอปติดตามต่างๆ คุณรู้จักร่างกายของคุณดีกว่าใคร ดังนั้นจงทำดีกับตัวเองและหาทางสายกลางในการออกกำลังกาย ของตัวเองให้เจอ

Related Content

We use cookies to enhance your site experience. by continuing to browse, you agree to our use of cookies & Cookies Policy  Click Settings to manage.

Privacy Preferences

You can set up your cookies preference by clicking the available sliders to ‘On’ or ‘Off’, except only Necessary cookies. Then, click “Save Preference”.

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Necessary cookies
    Always Active

    These cookies are necessary for the website to function and cannot be disabled. We use necessary cookies to enable core functionality such as security and network management, and, to allow you to browse the website normally. Without this cookies, the website would not be able to work properly.
    Cookies Details

  • Analytics cookies

    These cookies are used to collect information about how visitors use our website. We use the information to measure and improve the performance of our website. If you disable these cookies, we will not be able to use the information for improving our website.

  • Advertising Cookies

    These cookies are used to collect information about your activities (ex. sites or contents you’ve visited) to analyze and display content or advertisement that are relevant to your interests. If you disable these cookies, you will still see generic advertisement on your browser (not targeted content or advertisement).

  • Functional cookies

    These cookies enable the website to remember the information that you’ve pre-filled on the website (i.e. join our team or leave your contact for your interest in our product). The intention is to allow you to use the website more convenient. If you disable these cookies, then some or all of these services may not function properly.

Save