ประหยัดค่าไฟ ลดใช้พลังงานง่ายๆ ด้วยหลอดไฟ LED

สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการประหยัดเงินและลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หลอดไฟ LED ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันชาญฉลาด และนี่คือข้อดีและข้อเสียของหลอดไฟ LED รวมไปถึงเคล็ดลับที่เราพร้อมแบ่งปันเพื่อให้คุณได้เลือกหลอดไฟให้เหมาะสมกับความต้องการของคุณ

ในประเทศไทย การให้แสงสว่างคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 5-15% ของการใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนโดยเฉลี่ย ลองตรวจสอบประเภทของหลอดไฟที่คุณกำลังใช้อยู่ในปัจจุบัน และเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED จะช่วยให้เราลดการใช้พลังงานลงได้

ประเทศต่างๆ ทั่วโลกต่างก็กำลังพยายาม เลิกใช้หลอดไฟบางประเภท และหันไปใช้ทางเลือกอื่นๆ ที่ประหยัดพลังงานมากกว่า อย่างหลอดไฟ LED ซึ่งมีส่วนช่วยในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศด้วย ในประเทศอังกฤษ การเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED จะช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 1.26 ล้านตัน เทียบเท่ากับการนำรถยนต์กว่า 500,000 คันมาใช้บนท้องถนน

ข้อดีและข้อเสียของหลอดไฟ LED
LED (light-emitting diodes) หรือไดโอดชนิดเปล่งแสง มีการใช้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านเพื่อผลิตแสงสว่าง และเป็นตัวเลือกหนึ่งในการประหยัดพลังงานที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับหลอดไฟแบบดั้งเดิมแล้ว หลอดไฟ LED มีอายุการใช้งานยาวนานกว่าถึง 5 เท่าและใช้ไฟฟ้าน้อยลง 80% อีกทั้งยังมีความทนทานสูง เนื่องจากไม่มีส่วนประกอบของหลอดแก้วหรือหลอดไส้ที่เปราะบาง และยังปลอดภัยกว่า เนื่องจากไม่มีสารปรอทหรือสารตะกั่วและแตกต่างจากหลอดประหยัดไฟทั่วไปตรงที่หลอดไฟ LED จะสว่างทันทีที่เปิด นอกจากนี้ การเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED ยังเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย หากเปลี่ยนหลอดไฟทั้งหมดในบ้านเป็นหลอดไฟ LED แทน คุณจะสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 63 กิโลกรัม

แต่เมื่อพิจารณาถึงข้อเสียแล้ว เรื่องที่ควรรู้ไว้คือหลอดไฟ LED บางชนิดไม่รองรับสวิตช์หรี่ไฟ ดังนั้นควรตรวจสอบข้อมูลเฉพาะก่อนตัดสินใจซื้อ หรือเลือกลงทุนในสวิตช์หรี่ไฟ LED ที่ผลิตขึ้นมาโดยเฉพาะ

คุณจะสามารถประหยัดเงินได้มากแค่ไหน
หลอดไฟ LED หลอดเดียวใช้เพียง 0.312 หน่วยต่อวัน โดยคิดจากการใช้งาน 24 ชั่วโมง ซึ่งคิดเป็นเงินเพียง 673 บาทต่อปี เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว หลอดไฟแบบดั้งเดิมใช้ยูนิตมากถึง 2.4 หน่วยต่อวัน ดังนั้นหากต้องการใช้งานหลอดไฟแบบดั้งเดิม 10 หลอด ก็จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 51,840 บาทต่อปี ซึ่งต่างจากค่าใช้จ่าย 6,732 บาทต่อปีหลังเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟ LED

คุณยังสามารถลดค่าไฟได้ด้วยการปิดไฟทุกครั้งที่ออกจากห้องได้อีกด้วย เป็นขั้นตอนง่ายๆ ที่สามารถช่วยครัวเรือนทั่วไปให้ประหยัดเพิ่มได้ และลองสังเกตจำนวนแหล่งกำเนิดแสงที่คุณใช้ เช่น หากคุณเปิดไฟเหนือศีรษะ คุณยังต้องเปิดโคมไฟด้วยหรือไม่ อย่างสุดท้าย ให้คำนึงถึงเฉดสีโปร่งใสหรือสีอ่อนๆ เนื่องจากเฉดสีเข้มสามารถดูดซับแสงบางส่วนที่ปล่อยออกมาจากหลอดไฟของคุณได้

เคล็ดลับในการเลือกหลอดไฟ LED
หลอดไฟ LED มีตั้งแต่หลอดไฟที่ออกแบบมาสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ไฟเพดานหรือโคมไฟ ไฟสปอตไลต์ และหลอดไฟสำหรับใช้ภายนอกอาคารโดยเฉพาะ แต่คุณควรค้นหาอะไรก่อนซื้อหลอดไฟ? คุณอาจเคยชินกับการตรวจสอบจำนวนวัตต์เพื่อวัดความสว่างของหลอดไฟแบบดั้งเดิม แต่เมื่อคุณเลือกหลอดไฟ LED สำหรับบ้านของคุณแล้ว คุณควรดูที่ลูเมนหรือความสว่างดีกว่าดูที่วัตต์ เนื่องจากหลอดไฟประหยัดพลังงานใช้พลังงานวัตต์หรือหน่วยน้อยกว่า ตามคำแนะนำง่ายๆ ก็คือ หลอดไฟแบบดั้งเดิม 40 วัตต์เท่ากับ 450 ลูเมน, 60 วัตต์ เท่ากับ 800 ลูเมน และ 100 วัตต์ เท่ากับ 1,600 ลูเมน

เช่นเดียวกับหลอดไฟแบบดั้งเดิมที่มีการปล่อยแสงสีเฉพาะ เช่น ‘cool white’ หรือ ‘warm white’ หลอดไฟ LED ก็เป็นแบบเดียวกัน ควรเลือกเฉดสี warm หรือ soft สำหรับแสงทั่วไปเพื่อสร้างแสงที่อบอุ่น และเลือกเฉดสี cool หรือ pure สำหรับโฮมออฟฟิศหรือพื้นที่ที่ต้องการการมองเห็นที่ชัดเจน
นอกจากนี้ยังมีค่า CRI (Color Rendering Index) หรือดัชนีวัดค่าความถูกต้องของสี ซึ่งจะแสดงบนบรรจุภัณฑ์ควบคู่ไปกับค่าลูเมน ตามคำแนะนำทั่วไปแล้ว หากอยากทำให้ห้องของคุณดูสว่างขึ้น ให้มองหา CRI ที่ประมาณ 80 ขึ้นไป ทั้งนี้ การเลือก CRI แบบเดียวกันทั่วทั้งบ้านสามารถทำให้แสงไฟสว่างอย่างสม่ำเสมอได้

Related Content

We use cookies to enhance your site experience. by continuing to browse, you agree to our use of cookies & Cookies Policy  Click Settings to manage.

Privacy Preferences

You can set up your cookies preference by clicking the available sliders to ‘On’ or ‘Off’, except only Necessary cookies. Then, click “Save Preference”.

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Necessary cookies
    Always Active

    These cookies are necessary for the website to function and cannot be disabled. We use necessary cookies to enable core functionality such as security and network management, and, to allow you to browse the website normally. Without this cookies, the website would not be able to work properly.
    Cookies Details

  • Analytics cookies

    These cookies are used to collect information about how visitors use our website. We use the information to measure and improve the performance of our website. If you disable these cookies, we will not be able to use the information for improving our website.

  • Advertising Cookies

    These cookies are used to collect information about your activities (ex. sites or contents you’ve visited) to analyze and display content or advertisement that are relevant to your interests. If you disable these cookies, you will still see generic advertisement on your browser (not targeted content or advertisement).

  • Functional cookies

    These cookies enable the website to remember the information that you’ve pre-filled on the website (i.e. join our team or leave your contact for your interest in our product). The intention is to allow you to use the website more convenient. If you disable these cookies, then some or all of these services may not function properly.

Save