อาการบาดเจ็บที่นักวิ่งมือใหม่ต้องรู้!

สำหรับสายวิ่งแล้ว คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการรู้สึกถึงความแข็งแรงขึ้น และฟิตขึ้นหลังจากการวิ่ง การได้ทำลายสถิติของตัวเอง รวมไปถึงอะดรีนาลีนพลุ่งพล่านในยามที่คุณวิ่งได้ไกลมากขึ้นอีกแล้ว
แต่อาการบาดเจ็บก็มักเป็นสิ่งที่พบบ่อยๆ จากการวิ่ง ในแต่ละปีมีนักวิ่งมากกว่า 79% ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ผลกระทบจากอาการบาดเจ็บซ้ำซาก ไม่ใช่เพียงการเคลื่อนไหวร่างกายตามธรรมชาติ โดยเฉพาะเมื่อเท้าของคุณกระแทกบนพื้นที่แข็งหรือไม่เรียบ หรือการได้รับบาดเจ็บ หากคุณไม่ได้ฟิตร่างกายให้ดีพอ
สำหรับนักวิ่งที่มีประสบการณ์น้อย อาจจะไม่ทราบว่าเมื่อใดควรหยุดวิ่ง หรือแม้แต่ควรเริ่มวิ่งอย่างไร และท้ายที่สุดแล้วควรจะหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บจากการวิ่งที่พบบ่อยที่สุดอย่างไร

เอ็มมี่ เคย์ หัวหน้าโค้ชกรีฑาที่ Start Running Stay Running ได้บอกไว้ว่า “ผู้คนมักประเมินผลกระทบจากการวิ่งที่มีต่อร่างกายต่ำเกินไป การลงน้ำหนักสามเท่าของร่างกายคุณผ่านข้อต่อทุกครั้งที่กระแทกบนพื้นอาจเป็นเรื่องยากได้ หากคุณไม่เคยวิ่งมาก่อน”
ลองมาดูกันว่าอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการวิ่ง ตลอดจนวิธีหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บผ่านการฝึกซ้อมที่ถูกต้อง รวมถึงการใช้ชุดอุปกรณ์ที่เหมาะสมนั้น มีอะไรบ้าง

รู้จักอาการบาดเจ็บจากการวิ่งที่พบบ่อย และวิธีหลีกเลี่ยงอาการนั้นๆ

ศีรษะ: บางครั้งหลังการวิ่ง คุณอาจจะรู้สึกปวดหัวขึ้นมากะทันหัน แต่นี่ถือเป็นเรื่องปกติ และมักจะหมายความว่าระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ คุณอยู่กลางแดดนานเกินไปหรืออาจขาดน้ำ
ดื่มน้ำทั้งระหว่างการวิ่งและหลังจากการวิ่ง และอย่าลืมทานผลไม้เพื่อให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น

คอ/ไหล่: หลังจากการวิ่งระยะยาว วันถัดมาคุณอาจจะรู้สึกตึงหรือไม่สบายที่บริเวณคอหรือไหล่ ซึ่งอาจเป็นเพราะคุณวิ่งหลังค่อมและไหล่ห่อ หรือแกว่งแขนกว้างเกินไป
สังเกตรูปร่างของตัวเองระหว่างที่วิ่งอยู่ สะบัดแขนหลังจากออกกำลังกายเสร็จ แก้ไขท่าทางของตัวเองให้ถูกต้อง

สะโพก: โรคเอ็นต้นขาด้านข้างอักเสบ (IT band syndrome) คุณจะรู้สึกได้บริเวณด้านนอกสะโพก โดยไล่ลงมาที่หัวเข่าเข้าไปในเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน โดยปกติแล้ว จะมีอาการตึงหรือระคายเคืองในช่วงแรก และคุณจะเริ่มได้ยินเสียงดังกริ๊กหรือป๊อกระหว่างการวิ่ง ควรหยุดพักผ่อน ทานยาแก้อักเสบและประคบน้ำแข็งที่บริเวณนั้น

หัวเข่า: จากการศึกษาในปี 2015 ที่จัดทำโดยหอสมุดแห่งชาติการแพทย์สหรัฐอเมริกาและสถาบันสุขภาพแห่งชาติพบว่าการบาดเจ็บที่เท้า ขา และหัวเข่าเป็นอาการบาดเจ็บที่พบได้บ่อยที่สุดในบรรดานักวิ่ง
หากคุณออกกำลังกายมากเกินไป หรือไม่ได้ปรับรูปร่างให้ถูกต้องระหว่างการวิ่ง คุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ (Runner’s Knee) เพื่อหลีกเลี่ยงโรคดังกล่าว จะต้องทำให้กล้ามเนื้อต้นขาและสะโพกของคุณแข็งแรงด้วยการออกกำลังกาย เช่น การสควอท พยายามหลีกเลี่ยงพื้นคอนกรีตระหว่างการวิ่ง และมองหารองเท้าที่รองรับได้ดี โดยมีพื้นรองเท้าด้านในที่รองรับหัวเข่าเมื่อเหยียบพื้น

ต้นขา: เอ็นร้อยหวายเป็นกล้ามเนื้อหนาที่อยู่ด้านหลังขาของคุณ และหากรู้สึกอุ่นๆ หรือรู้สึกเจ็บแปลบตั้งแต่ข้อเท้าไปจนถึงหลังหัวเข่า คุณต้องหยุดวิ่ง
หากไม่หยุด เอ็นร้อยหวายอาจจะพัฒนากลายเป็นการอักเสบ หรือเกิดอาการเคล็ด หรือฉีกขาดได้ ซึ่งอาจต้องได้รับการผ่าตัด ถึงอย่างนั้นก็ยังสามารถหลีกเลี่ยงได้ง่าย โดยการฝึกบริหารกล้ามเนื้อน่องด้วยการยืดกล้ามเนื้อน่องอย่างพอเหมาะทั้งก่อนและหลังการวิ่ง และเพิ่มความเร็วกับระดับการเคลื่อนไหวทีละน้อย

น่องขา: กล้ามเนื้อหน้าแข้งอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ เมื่อคุณเพิ่มความเร็วในการวิ่งและระดับการเคลื่อนไหวที่เร็วเกินไป หรือคุณอาจฝึกซ้อมบนพื้นคอนกรีตมากเกินไป และกระดูกของคุณรับไม่ไหว
ซึ่งโดยปกติแล้วก็จะรู้สึกปวดเมื่อยตามตัว บวมและกดเจ็บเล็กน้อยในช่วงแรก แต่จะหายได้เองด้วยการพักผ่อนให้มากๆ รับประทานยาต้านการอักเสบและเคลื่อนไหวช้าๆ

เท้า: หนึ่งในอาการบาดเจ็บที่พบบ่อยที่สุดของนักวิ่งก็คือโรครองช้ำ (Plantar Fasciitis) เมื่อเนื้อเยื่อชั้นหนาบริเวณด้านล่างของเท้า (พังผืด) เกิดการระคายเคืองหรือเสื่อมลง มักจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนใต้ส้นเท้าหรือกลางเท้า อาการนี้เกิดขึ้นเมื่อคุณปรับการวิ่งให้เร็วเกินไป หรือเมื่อคุณออกกำลังกายกล้ามเนื้อน่องยังไม่เพียงพอ

นิ้วเท้า: เล็บขบเป็นผลข้างเคียงของการวิ่งจากการสวมใส่รองเท้าผิดซึ่งมักเกิดจากรองเท้าที่คับเกินไปหรือรองเท้าไม่ซับเหงื่อ เช็คให้แน่ใจว่าได้เลือกรองเท้าและถุงเท้าที่กระชับและระบายอากาศได้ดี รวมถึงอย่าลืมตัดเล็บอยู่เสมอ

อาการบาดเจ็บมีโอกาสเกิดขึ้นได้แบบนี้ สายออกกำลังกายก็ต้องเตรียมความพร้อมไว้ก่อนให้อุ่นใจ ด้วยประกันสุขภาพที่ครอบคลุมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ให้พร้อมลุยได้ทุกกิจกรรม

Related Content

We use cookies to enhance your site experience. by continuing to browse, you agree to our use of cookies & Cookies Policy  Click Settings to manage.

Privacy Preferences

You can set up your cookies preference by clicking the available sliders to ‘On’ or ‘Off’, except only Necessary cookies. Then, click “Save Preference”.

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Necessary cookies
    Always Active

    These cookies are necessary for the website to function and cannot be disabled. We use necessary cookies to enable core functionality such as security and network management, and, to allow you to browse the website normally. Without this cookies, the website would not be able to work properly.
    Cookies Details

  • Analytics cookies

    These cookies are used to collect information about how visitors use our website. We use the information to measure and improve the performance of our website. If you disable these cookies, we will not be able to use the information for improving our website.

  • Advertising Cookies

    These cookies are used to collect information about your activities (ex. sites or contents you’ve visited) to analyze and display content or advertisement that are relevant to your interests. If you disable these cookies, you will still see generic advertisement on your browser (not targeted content or advertisement).

  • Functional cookies

    These cookies enable the website to remember the information that you’ve pre-filled on the website (i.e. join our team or leave your contact for your interest in our product). The intention is to allow you to use the website more convenient. If you disable these cookies, then some or all of these services may not function properly.

Save