เคล็ดลับเลี่ยงภาวะหมดไฟในการทำงาน และสร้างสมดุลให้กับชีวิต

แม้ว่าใครๆ จะเริ่มชินกับ Work From Home กันแล้ว แต่ก็ยังมีหลายคนที่ประสบกับปัญหาการจัดการความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน อาจจะประหยัดเวลาในการเดินทางก็จริง แต่การ Work From Home ก็ทำให้ผู้คนเลิกงานได้ยากขึ้น มารู้จักกับปัจจัยสำคัญที่จะแก้ไขสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคุณให้ดีขึ้น

คุณทำงานอยู่ตลอดเวลาเลยหรือเปล่า

ในการใช้ชีวิตแบบ New Normal นี้ ขอบเขตระหว่างชีวิตส่วนตัวกับชีวิตการทำงานนั้นไม่ค่อยจะชัดเจนเสียเท่าไร แม้ว่าผลกระทบจากโควิด-19 จะทำให้เห็นความท้าทายเหล่านี้ได้ชัดขึ้น แต่ภาวะหมดไฟจากชีวิตการทำงานก็เพิ่มมากขึ้นมาหลายปีแล้ว วัฒนธรรม“การทำงานอยู่ตลอดเวลา” เกิดขึ้นมาโดยตลอดในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ความต้องการผลผลิต (Productivity) และประสิทธิภาพสูงสุด (Efficiency) นี้ทำให้หลายคนรู้สึกหมดไฟและหมดแรง เพราะไม่สามารถทำงานอยู่ตลอดเวลาได้นั่นเอง

ละทิ้งหนังสือด้านการพัฒนาตัวเองลงบ้าง

แม้การนำเอากลยุทธ์พัฒนาตัวเองมาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตจะเป็นประโยชน์ก็ตาม แต่จะดีกว่ามาก (และมีประสิทธิผลกว่ามากในระยะยาว) ที่จะหลีกเลี่ยง และตระหนักว่า To-Do list ที่ยาวเหยียดนั้นไม่ได้สะท้อนถึงเรื่องคุณค่าของเองเลย คุณสามารถหยุดพัก และยังคงทำงาน รวมถึงควบคุมงานได้ดีเหมือนเดิม จริงๆ แล้วการพักผ่อนเป็นประจำเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยให้คุณจัดการกับสิ่งต่างๆ ได้ดี

อย่าตกหลุมพรางความยุ่ง

การทำตัวให้ยุ่งอยู่ตลอดเวลา อาจเป็นวิธีที่จะช่วยละความสนใจจากความรู้สึกไม่สบายใจได้ ช่วยให้เราหลีกเลี่ยงความรู้สึกเชิงลบ หรือคำถามเกี่ยวกับชีวิตของเราได้ชั่วคราว แต่อาการนี้จะทำให้เรากลายเป็นคนบ้างาน ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการหยุดทำงาน หรือมองหาสิ่งต่อไปที่จะต้องทำอยู่เสมอ ควรซื่อสัตย์กับตัวเอง มองหาความช่วยเหลือจากเพื่อน และขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญบ้างก็ได้

กำหนดขอบเขตอย่างสร้างสรรค์

หากคุณไม่สามารถแบ่งขอบเขตระหว่างออฟฟิศกับบ้านได้ การสร้างขอบเขตใหม่ขึ้นมาอาจจะมีประโยชน์เป็นอย่างมากก็ได้ ควรตั้งเวลาเพื่อเตือนให้ตัวคุณหยุดพักหรือออกไปเดินเล่นและวิ่งหลังจากเลิกงานตามปกติบ้าง การบังคับตัวเองให้ลุกออกจากโต๊ะทำงาน จะช่วยคุณทำลายความรู้สึกที่ว่าต้องทำงานมากขึ้นตลอดเวลาได้

คุณกำลังใช้ชีวิตแบบทำลายสุขภาพตัวเองอยู่รึเปล่า

ปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า มีความสัมพันธ์โดยตรงกับทางเลือกในการใช้ชีวิตที่ผิดหลักอนามัย ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาตามมา เพราะความรู้สึกเศร้ามีส่วนทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพ อย่างเช่น การสูบบุหรี่ ดื่มหนัก ขาดการออกกำลังกาย นอนไม่ค่อยหลับ และรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งหลายๆ พฤติกรรมดังกล่าวเราเปรียบเสมือนเป็น “การรักษาและเยียวยาตนเอง” ในรูปแบบหนึ่งเพื่อรับมือกับปัญหา แม้ว่ามันจะไม่สามารถช่วยคุณได้จริงๆ

เข้าใจต้นเหตุของการใช้ชีวิตแบบทำลายสุขภาพ

สาเหตุส่วนใหญ่ของการใช้ชีวิตที่ทำลายสุขภาพของตัวเอง เป็นเพราะมีกิจกรรมหรือสิ่งอื่นเข้ามาแทนที่กิจวัตรประจำวันที่ดีต่อสุขภาพ อาจเป็นตารางงานที่ยุ่ง อารมณ์เชิงลบ หรือความรู้สึกเหนื่อยล้า สิ่งเหล่านี้ทำให้เรารู้สึกแย่ลงได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นควรให้ความสนใจกับต้นเหตุที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของคุณจะดีที่สุด แล้วส่วนที่เหลือจะตามไปเอง ก่อนที่คุณจะหยิบเบียร์ บุหรี่ หรือช็อกโกแลต ควรถามตัวเองก่อนว่า “ตอนนี้ฉันรู้สึกอย่างไร” หรือ “ทำไมฉันถึงรู้สึกอย่างนั้น” และ “ฉันจะทำอย่างไรเพื่อแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้นโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาสิ่งเหล่านี้”

สร้างสุขนิสัยใหม่ทีละนิด

มีความเชื่อหนึ่งที่ได้รับความนิยมของนักจิตวิทยา กล่าวไว้ว่า จะต้องทำพฤติกรรมหนึ่งต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 21 วันจึงจะติดเป็นนิสัย ช่วงวันแรกอาจรู้สึกลำบาก ดังนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะทำได้จนถึงวันที่ 21 ให้สร้างกิจวัตรและเริ่มต้นด้วยเป้าหมายง่ายๆ ที่พอจะทำได้สำเร็จ ใช้การแจ้งเตือนไดอารี่เพื่อเตือนให้คุณไม่พลาดทำกิจวัตรประจำวันของคุณเอง

ลบความคิดที่ว่า “ทั้งหมด หรือ ไม่ก็ไม่เอาเลย” ทิ้ง

หากคุณกำลังตั้งเป้าหมายระยะยาว เช่น การออกกำลังกาย หรือลดน้ำหนัก การโฟกัสไปที่ความพยายามที่คุณทุ่มเท จะมีประโยชน์มากกว่าผลลัพธ์ที่คุณเห็น (หรืออยากจะเห็น) เสียอีก เพราะหากเราอยากเห็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไปภายในพริบตา มันอาจทำให้คุณหมดกำลังใจลงได้หากทำไม่สำเร็จ ลองเฉลิมฉลองการทำกิจกรรมเพื่อรักษาสุขภาพ ด้วยจำนวนวันที่ทำสำเร็จมากกว่าจำนวนตัวเลขสัดส่วนที่เปลี่ยนไป

เทคโนโลยีกับโซเชียลมีเดีย เข้ามาครอบงำชีวิตของคุณหรือเปล่า

ระยะเวลาในการมองหน้าจอที่มากเกินไป และผลกระทบจากโซเชียลมีเดียมักถูกจัดอยู่ในปัจจัยของความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่วัยรุ่น อาจจะดูขัดแย้งกันหน่อยๆ แต่การใช้อินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลาและไม่สามารถ “หยุด” ได้ อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกเหงาได้ แม้ว่ากลุ่มสังคมออนไลน์จะเข้าถึงคุณได้ง่าย แต่การพูดคุยกันทางออนไลน์ก็ไม่ได้ทำให้คุณมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและเป็นส่วนตัวอย่างที่เราทุกคนต้องการ

แก้ไขการนอนหลับให้ดีขึ้นด้วยการปรับเปลี่ยนนิสัยการนอน

หลังจากวันที่วุ่นวายมากๆ คุณได้ผ่อนคลายและเข้านอน หรือนอนดึกกว่าที่ควร เช่น ดูทีวี เล่นเกม หรือเล่นโทรศัพท์ หรือไม่ หากคำตอบของคุณคือใช่ คุณอาจติดอยู่ในวงจรที่เรียกว่า “การนอนดึกเพื่อล้างแค้น” เป็นการแก้แค้นในวันที่แสนวุ่นวายของคุณด้วยการนอนดึกเพื่อใช้เวลาส่วนตัว ควรสลับเวลาอยู่หน้าจอไปเป็นการทำสมาธิสัก 10 นาที ไม่ว่าจะเล่นโยคะเบาๆ หรือจุดเทียนหอมและอ่านหนังสือสักครู่ก่อนนอน

บทความอื่นที่น่าสนใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ หากคุณใช้เว็บไซต์ต่อ ถือว่าคุณยอมรับการใช้คุกกี้และ นโยบายคุกกี้ คลิก ตั้งค่า เพื่อตั้งค่าคุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาความปลอดภัยและการบริหารจัดการเครือข่าย เป็นต้น เพื่อให้คุณสามารถเข้าชมและใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ หากไม่มีคุกกี้นี้เว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสม คุณไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้นี้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของผู้เข้าชม เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าคุณปิดการใช้งานคุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูล เช่น เว็บไซต์หรือเนื้อหาที่คุณเยี่ยมชม เป็นต้น เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ความเหมาะสมและตรงกับความสนใจของคุณ ถ้าคุณปิดการใช้งานคุกกี้นี้ คุณจะยังเห็นเนื้อหาและโฆษณาทั่วไป ซึ่งมีเนื้อหาและโฆษณาที่ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

  • คุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยจดจำการกรอกข้อมูล เช่น สมัครงาน สนใจผลิตภัณฑ์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้เว็บไซต์ ถ้าคุณปิดการใช้งานคุกกี้นี้ คุณอาจใช้งานเว็บไซต์ได้ไม่สะดวกและไม่เต็มประสิทธิภาพ

บันทึก